ธรรมะที่ถูกต้องตามหลักการ

โจ แอนนา เป็น นางระบำ รัด เพื่อความสมบูรณ์แบบธรรมะ และลดลง ในระยะสั้น เมื่อเธอ ได้พบกับ นักเต้น ที่มีชื่อเสียง ของสหภาพโซเวียต Arslan Rusakov เห็น ความกล้าหาญ ของเขา เต้น ” ไถพรวน ของเธอ . ” เธอ ช่วยให้เขา ข้อบกพร่อง ขับรถ หลบหนีและ ซ่อนตัว จากนั้น ออกมาจาก ปาปารัสซี่ กับเขาใน แมนฮัตตันพาร์ทเมนท์ เมื่อ เขาโยน เธอ ตั้งครรภ์ โจแอนนาแต่งงาน ที่ปลอดภัยและ หวาน จาค็อบ เพื่อนในวัยเด็ก ของเธอ และย้าย ไปแคลิฟอร์เนีย แต่เมื่อ ลูกชายของเธอ ความสามารถ ของแฮร์รี่ สำหรับการเต้นรำ กลายเป็นที่ชัดเจน , โจแอนนา เป็น แรงผลักดัน กลับ เข้ามาในชีวิต ไม่เต็มใจ Arslan ของ

การ เกี้ยวพาราสี แซนดี้ กับ ponytailed , ขับเหงื่อ ทิม ที่ดิสนีย์แลนด์ ไม่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ แต่ ตั้งข้อสังเกต อย่างสมบูรณ์ : “ในขณะที่ ทิม มือ โจแอนนาแซนวิช ไอศครีม ที่มี พิธี ดี แซนดี้ เสียใจ ที่เคย บอกว่า เขา ใช้เวลาทั้งวันกับพวกเขา ด้วยความรุนแรง อย่างฉับพลัน เธอเกลียด . สิ่ง ที่เธอ สวมใส่ กางเกงขาสั้นและ เสื้อไม่มีแขน ไม่มีที่ติ เสื้อ สีขาว มีปุ่ม สีฟ้า รู้สึก หดตัว , เป็นอันตราย ถ้าเธอ เป็น คนเดียวกับ โจแอนนา เธอจะ เป็นอันมาก โดย นิสัย ผู้ที่รบกวน เธอ – . . วิธีที่เธอ จะไม่ดื่ม เครื่องดื่มค็อกเทล สนุก… วิธีที่เธอ ได้ รับการ ขึ้นที่ รอยแตกของรุ่งอรุณ โดยไม่ต้อง นาฬิกาปลุกและ เหยียด และการออกกำลังกาย … แต่ ทิม มี จะมาพร้อมและ พิสูจน์ ว่า เป็นที่น่าพอใจ มากขึ้น กว่า โจแอนนา แซนดี้ แม้ว่า แซนดี้ เป็นหนึ่งใน คนที่รู้วิธี ที่จะมี ช่วงเวลาที่ดี ” จากนั้น ปลา แซนดี้ เขา ไปยังMatterhorn สำหรับ คลำ พบ ในขณะที่ โจแอนนา ขี่ ถ้วยชาและลูกสาว ของ แซนดี้ จ้องมอง จากที่นั่ง ด้านหน้าของพวกเขา

เล่า เรื่องที่กระโดด ไปรอบ ๆ ส่วนใหญ่ธรรมะ ระหว่าง นครนิวยอร์ก ระหว่าง โจแอนนา วันที่ เต้นรำและ แคลิฟอร์เนียที่ เธออาศัยอยู่กับ ครอบครัวของเธอ กับหยุด ทันทีทันใด อื่น ๆ ในชิคาโกและ ปารีส ใน ปารีส เธอพบ Arslan เป็นครั้งแรกที่ รออยู่ใน ห้องแต่งตัว ของเขาและ ลอก ถุงน่อง ของเขาออก ” อย่างรุนแรง ราวกับว่าเธอ ถูก ถลกหนัง สัตว์. ” ” m’etonnes Tu ” เธอ บอกเขา คุณ แปลกใจ ฉัน

โจ แอนนา แต่ สิ้นสุดขึ้น กับชนิด และอ่อนโยน จาค็อบ แทน Arslan และรู้สึก ความรักของเธอ สำหรับเขา เติบโต ” ช้า imperceptibly สะสมแร่ธาตุ ใน วิธี ร่องรอย หยด น้ำ สร้าง โครงสร้าง หิน ใน ถ้ำ . ” นั่นคือวิธีที่ Shipstead สร้าง หนังสือเล่มนี้ อย่างช้าๆและ artfully เช่น พ่อครัวขนม มันเป็น ทาร์ต มะนาวของ หนังสือเล่มหนึ่ง ที่น่ารักและ เรียบร้อย

โจ แอนนา ความอ่อนแอ ธรรมะและความสง่างาม และแม่เหล็ก Arslan ให้ ทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นกับ พวกเขาดูเหมือน ฉุน เหมือนเป็นส่วนหนึ่ง ของการ แสดงบัลเล่ต์ แม้ โชคร้ายของ โจแอนนา ดูสวย โชคดีที่ ตัวละครทั้งสอง ขอบ โจแอนนา เพื่อนบ้าน น่ารัก แซนดี้และ แกรี่ Wheelock ให้ นวนิยายเรื่องนี้ เพียบ ยิ่งขึ้น ด้วย ตามธรรมดา ของพวกเขา

“อัจฉริยะ underappreciated ” แกรี่ ชอบที่จะ ประกาศ อย่างกล้าหาญ ว่า ” aced ทดสอบไอคิว” เมื่อตอนที่เขา ยังเป็นเด็ก และแซนดี้ โจน begrudges บาง และความสง่างาม ง่าย ของเธอ ผลักดัน อาหาร ของเธอ เช่น ” เธอ วางแผนที่จะ เปิด ให้เธอเข้าไปใน ตับ . ” unhappinesses สามัญของ แกรี่ และแซนดี้ ถ่วงดุลโค้ง มหากาพย์ ชีวิตของ โจแอนนา และ แสดงความสามารถ อันยิ่งใหญ่ Shipstead สำหรับ การสังเกต

ฟังธรรมแล้วได้บุญ

ศาสนาธรรมสวนานิสงส์ คือ อานิสงส์ของการฟังธรรม หมายถึงผลดีหรือส่วนดีที่เกิดขึ้นทันทีที่คนเรามีความตั้งใจฟังธรรม คือหลักคำสั่งสอนอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ที่พระภิกษุค้นคว้านำมาเทศน์ ปาฐกถา บรรยายหรือบอกเล่ากล่าวสอนในกาลเทศะต่างๆ โดยไม่ต้องรอการให้ผลในชาติหน้า มี 5 ประการ ดังนี้

1. ผู้ฟังธรรมย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟังหมายถึงว่า การฟังธรรมนั้นเป็นการหาความรู้ที่ดีอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวกับหลักพระพุทธศาสนาจากพระภิกษุผู้มีภูมิธรรมศึกษา ปฏิบัติพุทธธรรมตามหลักพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎกอย่างเชี่ยวชาญ พร้อมที่จะนำออกเผยแผ่แก่ประชาชน โดยมีคุณสมบัติของการเป็นนักเทศน์หรือนักสอนธรรมที่ดี

แต่การฟังธรรมนั้น ผู้ฟังจะได้รับอานิสงส์หรือจะสำเร็จ ผลได้อย่างแท้จริง ต้องอาศัยความตั้งใจฟังโดยเคารพ คือมีสติสัมปชัญญะคอยควบคุมจิต ให้มุ่งดำเนินไปตามกระแสธรรมที่พระภิกษุท่านนำมาแสดง ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่างๆจึงจะได้รับอานิสงส์ทั้ง 5 ประการดังที่แสดงมา

แต่หากว่าผู้ฟังแสดงอาการไม่เคารพในการฟัง เช่น ในขณะฟังหรือในขณะที่พระท่านเทศน์ กลับพูดคุยกัน แข่งแย่งกันพูด บ่นว่าปวดเมื่อยหรือรำคาญ แสดงอาการเหม่อ ใจลอย หรือหลับ ไม่ใช้สติปัญญาคิดพิจารณาตามกระแสธรรม การฟังธรรมก็จะไม่สำเร็จประโยชน์เป็นอานิสงส์ใดๆ แก่ผู้ฟังเลย กลับจะทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

โดยเหตุที่ผู้ฟังคือคฤหัสถ์หรือชาวบ้านนั้น เป็นผู้มีโอกาสน้อยที่จะได้ศึกษาค้นคว้าหลักพุทธธรรมในพระไตรปิฎกโดยตรง ดังนั้น จึงต้องอาศัยการฟังจากพระภิกษุที่เมตตาแสดงธรรม

เมื่อตั้งใจฟังธรรมโดยเคารพ อานิสงส์ที่จะได้อย่างแน่นอน เป็นประการแรก ก็คือได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง เพราะพระภิกษุนั้นท่านย่อมจะมีวิธีการนำเสนอหลักธรรมที่ไม่ซ้ำๆ กันอย่างชาญฉลาด พร้อมทั้งให้ข้อคิดความเห็นแปลกๆ ใหม่ๆ โดยปรับปรุงวิธีการเทศน์การสอน ที่ประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ

2. สิ่งใดได้เคยฟังแล้ว แต่ไม่เข้าใจชัด ย่อมเข้าใจสิ่งนั้นชัด หมายความว่า ธรรมข้อใด หรือเรื่องใดที่เคยฟัง มาแล้วจากการแสดงธรรมเป็นต้น ของพระภิกษุในครั้งก่อน แต่ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง เมื่อตั้งใจฟังอีกครั้ง อานิสงส์ที่จะได้อย่างแน่นอนเป็นประการที่ 2 ก็คือความเข้าใจ ชัดแจ่มแจ้ง ซึ่งเป็นการทบทวนความรู้เดิมที่ดีอีกด้วย

3. บรรเทาความสงสัยเสียได้ หมายความว่า ตามปกติ ของผู้ไม่มีโอกาสศึกษาหลักพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง ย่อมจะเกิดความสงสัยในเรื่องนามธรรมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น เรื่องบาป บุญ คุณ โทษเป็นอย่างไร มีผลอย่างไร อะไรเป็นบุญกุศล อะไรคือบาปอกุศล ผลของบาปหรือบุญมีจริงหรือไม่ ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ เป็นต้น ความสงสัยเช่นนี้ จะบรรเทาลงได้ ถ้าตั้งใจฟังธรรม ซึ่งนับเป็นอานิสงส์ประการที่ 3 ที่ผู้ฟังธรรมจะได้รับทันทีเมื่อฟังธรรมจากพระภิกษุผู้มีความสามารถในการ เทศน์ ซึ่งจะอธิบายเรื่องที่เป็นนามธรรม ด้วยการสาธกยกอุปมาเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย

4. ทำความเห็นให้ถูกต้องได้ หมายถึงว่า เพราะคฤหัสถ์ ชาวบ้านบางคนได้นับถือพระพุทธศาสนาตามที่บรรพบุรุษนับถือมา ดังนั้น จึงอาจจะมีความคิดเห็นที่ผิดจากทำนองคลองธรรมได้ เช่น เห็นว่าทำดีเมื่อไม่มีคนเห็น ก็ไม่ได้รับผลดี หรือเห็นว่าจะดีหรือชั่ว ก็แล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิต เป็นต้น

การมีความคิดเห็นเช่นนี้จะถูกทำลายลงได้ คือเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิ ก็ต่อเมื่อตั้งใจฟังธรรมโดยเคารพ จากพระภิกษุผู้มีความสามารถในการแสดงธรรม ที่จะพรรณาสาธกยกเหตุผลประกอบจนผู้ฟังนั้นคล้อยตาม ปรับความเห็นให้ถูกต้องอย่างปราศจากข้อโต้แย้งในใจ

5. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส หมายถึงว่า การตั้งใจฟังธรรมนั้น ท่านจัดเป็นส่วนหนึ่งของการภาวนา คือการฝึกอบรมพัฒนาจิตให้ เกิดปัญญา เพราะเมื่อตั้งใจฟัง จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส อันเป็นคุณสมบัติของสมาธิจิต เมื่อจิตผ่องใสตั้งมั่นเป็นสมาธิ ย่อมมีพลานุภาพที่จะคิดอ่านทำการต่างๆ อย่างสร้าง สรรค์ด้วยปัญญา สามารถที่จะรู้และเข้าใจธรรมต่างๆ ที่ลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพได้ง่าย และอานิสงส์ข้อนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากอานิสงส์ทั้ง 4 ข้อดังกล่าวมา

พระพุทธศาสนาได้ให้ความสำคัญต่อการฟังธรรมเป็น อย่างมาก เพราะการฟังธรรมเป็นเหตุให้เกิดปัญญา ที่เรียกว่า สุตมยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจากการฟังธรรม ข้อนี้มีพระพุทธภาษิตตรัสรับรองไว้ว่า สุสฺสุสํ ลภเต ปัญญํ ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา

การ ฟังธรรมท่านจัดเป็น 1 ในบุญกิริยาวัตถุ 10 (ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการฟัง) ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่ง ความดีในการพัฒนาตนให้มีความคิดสติปัญญาที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฏฐิ และเจริญงอกงามในพุทธธรรมต่อไป

เล่าเรื่องธรรมยามเช้า

กรรม ของมนุษย์แต่ละคนมีแตกต่างกันไป  ตามบาปที่เคยพลาดพลั้งทำผิดมา เช่นคนที่เคยทำผิดเรื่องการเคยทำให้ทรัพย์สินคนอื่นเสื่อม  อาจจะถูกจัดฉากไปอยู่ในสถานที่ที่เจอคนขโมยของได้ง่าย ๆ คนที่มีกรรมเรื่องเคยลวนลามทางเพศคนอื่นมาก่อน กรรมจะจัดให้เจอคนลามกชอบลวนลามทางเพศ กรรมของการที่เคยทำร้ายร่างกายคนอื่นมาก่อน จะจัดฉากให้เจอคนรายที่มาทำร้ายร่างกายได้ง่าย ๆ

เอา แค่แคบ ๆ  ในกรุงเทพนี่นะคะ วัน ๆ  หนึ่งต้องมีเรื่องราวร้ายแรงเกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุรถชนกันเสียชีวิตหรือแค่บาดเจ็บบ้าง หรือทุกเขตในกรุงเทพในตอนนี้อาจจะมีคนกำลังโดนขโมยทรัพย์สิน หรือกำลังโดนคนอื่นรังแกข่มขู่อยู่ก็ได้

โลก ของเราในแต่ละวันก็มีคนตายวันประมาณแสนกว่าคนอยู่แล้ว ซึ่งจากสถิติของคนที่เสียชีวิตเพราะโรคไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ นั้น ไม่ได้มากกว่าไปกว่าจำนวนคนที่ตายในแต่ละวัน เมื่อคิดอย่างนี้แล้วโรคนี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่น่ากลัวมาก แต่ก็ต้องไม่ประมาทในชีวิต ป้องกันได้ก็ต้องป้องกันไว้ก่อนไม่ให้ติดเชื้อได้ง่าย ๆ หลักเบื้องต้นที่ทำกันคือ ไม่ใช้ภาชนะร่วมกัน เวลาไม่สบายไม่ออกไปไหน เป็นไข้เกินสามวันต้องไปหาหมอ ตามที่ทางการแนะนำการป้องกันและดูแลขั้นต้นมา

พอ มองแบบนี้แล้วจะทำให้ความกลัวที่จะติดเชื้อในจิตใจน้อยลง เพราะมีบางคนกลัวมาก ๆ ที่จะตาย ความจริงความตายอยู่ใกล้ตัวเรามากพออยู่แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีโอกาสไปทำบุญที่สวนสันติธรรม หลังจากนั้นก็ขับรถเลยไปดูฟาร์มเห็ดที่พัทยา ขณะที่ขับรถกลับ เห็นรถชนกันข้างทางมีคนตายขณะเกิดเหตุทันที เจ้าหน้าที่กำลังทำงาน กำลังเอาผ้าคลุมศพอยู่ข้างถนน ช่วงนี้จะเจอแบบนี้บ่อยเหมือนกันค่ะ ทำให้เห็นว่าคนตายกันทุกวันอยู่แล้ว คนที่ตายยังไม่ทันติดไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ เลยค่ะ

มีภรรยานาย ทหารคนหนึ่งมาดูดวง เล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้ทหารต้องถูกส่งตัวลงภาคใต้ คนที่กลัวไม่อยากไปต้องทำเรื่องขอย้ายกันใหญ่ บางคนย้ายไม่ได้ถึงขั้นต้องลาออกจากราชการเลย มีลูกน้องของสามีถูกส่งตัวไปภาคใต้ ก่อนไปตัวเขาเองและครอบครัวร้อนใจกลัวจะเป็นอะไร พอไปทำงานจริง ๆ ไม่เป็นอะไร กลับมาที่บ้านได้สามวันสี่วันขับรถไปกินเหล้ากับเพื่อนรถเกิดอุบัติเหตุ นายทหารคนนี้ตายคาที่ ภรรยานายทหารคนนี้บอกว่าเหตุการณ์ของนายทหารคนนี้ ทำให้ที่กองทัพไม่ค่อยกลัวการไปใต้เท่าไหร่แล้วค่ะ จากเรื่องราวดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าชีวิตของแต่ละคนมีกรรมเป็นเครื่องกำหนด ไว้แล้ว แต่เราก็ต้องไม่ประมาทในชีวิต

นอกจากนี้เคยเจอเหตุการณ์ที่ กรรมจัดหน้าที่ได้ลงตัว คือมีน้อง ผู้ชายสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองคนไปสมัครงานบริษัทเดียวกัน แต่กรรมทำให้ต้องอยู่คนละแผนก คนหนึ่งมีกรรมของการที่ใช้แรงงานทาสทำให้ต้องทำงานหนัก กรรมจะจัดให้อยู่แผนกที่นายมีปัญหา งานหนักมาก ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นคนที่เคยมีน้ำใจชอบช่วยเพื่อน ชอบทำบุญช่วยคนอื่น บุญจัดสรรให้ไปอยู่ในแผนกที่เจ้านายน่ารักมาก งานเบา ๆ สบาย ๆ เงินเดือนดี

ธรรมชาติ ของกฎแห่ง กรรมจะทำหน้าที่คัดสรรตัวบุคคล เมื่อถึงคราวที่จะต้องใช้กรรม ก็ต้องใช้กรรม ส่วนคนที่ยังไม่ถึงคราวที่จะต้องเดือดร้อน ต่อให้อยู่ใกล้กันแค่ก้าวเดียวยังไม่โดนเลย จะถูกคัดออกไปอยู่คนละส่วนกัน ซึ่งน่าอัศจรรย์จริง ๆ ค่ะ อยู่ใกล้กันแค่ก้าวเดียวแต่ไม่เจอเรื่องราวที่เลวร้าย

โดย ปรกติโลกของเราทุกวันนี้ เคลื่อนไปด้วยแรงของกรรม วัฏจักรของกฎแห่งกรรมทำหน้าหมุนไปไม่มีวันหยุด ไม่มีความลำเอียง ทุกสิ่งจะถูกจัดสรรด้วยกฎแห่งกรรมทั้งนั้น
มนุษย์ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าตัวเองทำกรรมเรื่องอะไรมาบ้าง ชีวิตจะต้องตกเป็นเหยื่อเมื่อไหร่ก็ไม่สามารถทราบได้ เราต้องทำอย่างไรบ้างกับสิ่งที่เราไม่รู้ ควรจะเตรียมตัวแบบไหน ทำอย่างไรจึงจะดีกับชีวิตของเรา ทำให้ไม่ต้องพบเจอกับความโชคร้ายมากเกินไป

พระ พุทธเจ้าท่านให้แนวทางกับ พวกเราไว้แล้ว  คือเริ่มต้นให้รักษาศีลห้า  จะทำให้ชีวิตไม่ค่อยเจอภัยเวรต่าง ๆ ส่วนใหญ่คนเราไม่สามารถทราบได้ว่าทำผิดอะไรมา ดังนั้นการรักษาศีลห้าเป็นเสมือนเกราะไม่ให้สร้างบาปเพิ่ม กรรมจะได้ตามไม่ทัน

บาง คนที่เคยรักษาศีลห้ามาจากอดีตชาติ จะมีนิสัยที่จะไม่ค่อยทำอะไรผิดศีลอยู่แล้ว จะรักษาศีลได้ง่าย แต่บางคนตอนเด็ก ๆ ศีลห้ารักษาง่ายมาก พอตอนโตเริ่มทำผิดศีลเห็นว่าการรักษาศีลห้าทำให้ใช้ชีวิตไม่คุ้มค่า เริ่มทำบาปใหม่ พอจะมารักษาศีลห้า ก็ทำได้ยากมาก

พอ เริ่มรักษาศีลห้าได้สักพัก จะเริ่มรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย กรรมดีจะจัดให้อยู่ในอาณาเขตที่ดี และถึงแม้ชีวิตต้องเป็นอะไรไป หากเป็นในขณะที่รักษาศีลห้า อย่างน้อย ๆ ก็เป็นหลักประกันของการมีชีวิตหลังความตายที่ดีได้

คน ที่เริ่มต้นรักษาศีลได้ยาก ให้เริ่มรักษากันทีละวัน เช่นวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี จะไม่ดื่มเหล้าหรือชวนเพื่อนดื่มเหล้า ถือว่ารักษาศีลข้อห้าได้ตั้งห้าวัน พอทำได้ให้อธิษฐานต่อว่า ขอให้อานิสงส์ของศีลที่ลูกได้รักษาเป็นผลใจจิตเข้มแข็ง มีสิทธิรักษาศีลห้าได้ตลอดไป ทำแบบนี้ต่อไปจิตใจจะเข้มแข็งได้เอง

ผล ของการรักษาศีลห้า อย่างน้อย ๆ จะช่วยบรรเท่าไม่ให้เราโชคร้ายทางร่างกาย เหลือแต่ความทุกข์ทางจิตใจ ซึ่งเป็นธรรมดาที่ต้องทุกข์ หลายคนที่มีทุกข์ทางใจอยู่ ความจริงต้องขอบคุณความทุกข์นั้น เพราะเราโชคดีว่าคนอื่นตั้งเยอะ ที่ยังไม่ต้องถึงขั้นใช้กรรมที่ทำให้ร่างกายเป็นอะไรไป

ความ ทุกข์ทางจิตนั้น เพียงรักษาศีลห้าไม่พอที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ หลังจากรักษาศีลแล้ว ต้องใช้หลักของการภาวนาเข้ามาช่วย ถึงจะทำให้พ้นทุกข์ได้จริง ๆ

ดัง นั้นศีลห้านี่แหละค่ะ จะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ชีวิตถูกจัดอาณาเขตใหม่ให้อยู่ในอาณาเขตที่ดีขึ้น เริ่มต้นให้รักษาศีลไว้ก่อน อย่ามัวแต่ปล่อยให้ใจให้กลัวแต่ความโชคร้าย กลัวตาย กลัวไม่ดีกว่านี้ โดยเปล่าประโยชน์ ต้องเริ่มทำดีจึงจะถูกต้องค่ะ

การบวชนาค สำคัญอย่างไร

การบวชนาค ในประเพณีการบวชของชาวบ้านเชียงหวางเวลาบวชนาคหรือเวลาพานาคเข้าโบสถ์พ่อจะจูงมือซ้า
ย แม่จะจูงมือขวา ถ้าไม่มีพ่อแม่จะให้ญาติเป็นผู้จูงถึงภายในโบสถ์แล้วนาคจะนำดอกไม้ธุปเทียนไปบูชาพระ
พ่อ กับแม่จะยกผ้าไตรส่งให้นาค ก่อนจะรับผ้าไตรนาคต้องกราบพ่อกับแม่ก่อน แล้วเดินอุ้มผ้าไตรเดินคุกเข่าประนมมือเข้าไปท่ามกลางพระสงฆ์ กล่าวคำขอบรรพชาแล้วออกมาครองผ้าแล้วเข้าไปขอศีลกับพระอาจารย์ หลังจากนั้นอุ้มบาตรเข้าหาพระอุปัชฌาย์กล่าวคำขอนิสัย เมื่อท่านเอาบาตรคล้องคอแล้วมอบบาตรจีวรให้ ตอนนี้พระอาจารย์คู่สวดมนต์จะสมมุติตนเป็นผู้สอนและซักซ้อมนาค แล้วออกไปซักซ้อมนาคพอถารมแล้วก็เรียกนาคเข้ามาถามต่อหน้าพระสงฆ์ พระอุปัชฌาย์ ทำหน้าที่บอกเล่าสงฆ์ พอถามเสร็จแล้วก็สวดญัตติ
การบอกอนุศาสน์ คือการบอกกิจที่ควรทำและไม่ควรทำ
การกรวดน้ำ เมื่อเสร็จสิ้นจากการบวชแล้วต่อจากนั้นพระที่บวชใหม่จะนำจตุปัจจัยไปถวายพระอุปัชฌาย์
การกรวดน้ำในพิธีนี้ถือว่าเป็นการแผ่ส่วนกุศลแด่ญาติที่ล่วงลับไปแล้วเป็นการเสร็จพิธีของการบวช
การ ลาสิกขา ผู้ที่จะลาสิกขาจะต้องมีการเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปทำวัตรพระอุปัชฌาย์ อาจารย์เมื่อถึงวันกำหนดแล้วให้จัดสถานที่นิมนต์พระสงฆ์มาพร้อมกันพระภิกษุ จะลาสิกขาต้องแสดงอาบัติ
เสียก่อนแล้วว่านโม3 จบหลังจากนั้นพระเถระจะชักผ้าสังฆาติออกจึงออกไปเปลืองผ้าเหลืองนุ่งผ้าขาวเข้ามา
กล่าวคำขอสรณคมณ์และศีล 5 แล้วกล่าวคำปฏิญาณตนเป็นพุทธมามะกะส่วนการลาสิกขาของสามเณรไม่มีคงอนุโลมตามอย่างพระภิกษุบวชนาค
ภาคเช้าเข้าอุโบสถนาคเครื่องอุปชายะ
- อุ้มผ้าไตรประนมมือเปล่าวาจาขอบบรรพชา
- พระอุปชายะรับผ้าไตร
- เปล่งคำขอบรรพชาต่อไป
- พระอุปัชฌายะ
- ชักอังสะออกจากผ้าไตยแล้วสวมให้ผู้บวช
- ให้ผู้ออกไปครองผ้าให้ครบไตย เสร็จก็รับเครื่องไทยทานไปถวายพระอาจารย์ กราบ3 ประนมมือเปล่าวาจาขอสรรณะและศีล
- เมื่อกล่าวขอเป็นสามเณรสำเร็จสมาทานสิกขาบท เสร็จแล้วก็รับบาตรอุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ วางไว้ข้างตัวด้านซ้าย กราบ 9 หนยืนประณมมือกล่าวคำขอนิสัย
- จากนั้นพระอุปัชฌายะทั้ง 6 บอกให้ออกไปข้างนอก แล้วพระอุปัชฌายะจะถาม (อันตรายิกรรม) ผู้บวชพึงรับว่าอัตถิ ภันเต 5 หน อามะภันเต 3 หน
- กลับเข้ามากราบพระอุปัชฌายะ 3 หน แล้วนั่งคุกเข่าเปล่งวาจาขออุปสมบท
- ในขณะ พระอุปัชฌายะกล่าวเผดียงสงฆ์ และสวดสมมติตนถามอันตรายิกรรม จากนั้นนั่งฟังท่านสวดกรรมวาจาอุปสมบทไปจนจบพอจบท่านจะเอาบาตรออกจากตัว พึงกราบลง 3 หน แล้วนั่งพับเพียบฟังพระอุปัชฌายะบอกอนุฅศาสน์ไปจนจบ แล้วกล่าวรับจากนั้นก็ถวายไทยทานรับพร ก็เป็นอันเสร็จพิธีทั้งหมด

 

 

การประเคนนาค เมื่อบุตรหลานมีอายุครบพอที่จะบวช เป็นพระหรือเณรพ่อกับแม่จะนำไปฝากไว้กับเจ้าอาวาสวัดก่อนบวชเพื่อให้บุตร หลานของท่าน
ได้ ศึกษาเล่าเรียนและ ท่องบทขานนาค เรียนหนังสือธรรม การนำลูกหลานไปฝากไว้กับเจ้าอาวาสวัดเขาจะจัดดอกไม้ธูปเทียนใส่ขันนำตัวนาค ไป เมื่อพระท่านรับขันแล้วก็จะมีการตีโปงหรือระฆังให้ชาวบ้านได้อนุโมทนาสาธุ เรียกว่าการประเคนนาค
การปล่อยนาค เมื่อจะถึงวันบวชนาคจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปลาญาติพี่น้อง เพื่อขอขมาลาโทษผู้หลักผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือและไปสั่งลาชู้สาวถ้ามี หากมีหนี้สินติดตัวก็รีบชำระเพื่อที่จะได้เป็นคนบริสุทธิ์ การปล่อยนาคมีกำหนดได้ 3 วันเพื่อให้นาคได้มีโอกาสเวลาบวชจะได้ตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญกุศลต่อไป

กองบวช เครื่องที่จะนำมาใช้เป็นกองบวชได้แก่บริขาร 8 มีผ้านุ่ง ผ้าห่ม ผ้าสังฆาฏิ บาตร มีดโกน เข็ม ประคตเอว ผ้ากรองน้ำ ถ้าทำพร้อมกันหลายกองให้ขนมารวมกันที่วัด ตอนค่ำสวดมนต์ เสร็จแล้วบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าบวชในบ้านของตนเอง ตอนค่ำจะนิมนต์พระไปสวดที่บ้าน ตอนเช้าเลี้ยงพระแล้วแห่กองบวชมารวมกันที่ศาลาวัดกองบวชจะใช้เตียงหามออกมา เตียงที่ใช้เป็นเตียงนอนของพระบวชใหม่ ก่อนจะสู่ขวัญนาคต้องบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่ญาติผู้ตาย

การแห่นาค การแห่นาคทำตามศรัทธาของเจ้าภาพส่วนใหญ่ถ้าเป็นในเขตของภาคอีสาน การแห่นาคจะใช้พาหนะในการแห่คือรถ นาคทุกคนต้องโกนผม โกนคิ้ว นุ่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ถ้าตั้งกองบวชที่บ้าน ให้แห่กองบวชมารวมกันที่วัดเมื่อพร้อมกันแล้วก็แห่รอบศาลาอีครั้งหนึ่ง
การ สู่ขวัญนาค เมื่อแห่รอบศาลานาคทุกคนเตรียมเข้าพาขวัญ ญาติพี่น้องนั่งห้อมล้อมพาขวัญพราหมณ์เริ่มทำพิธีสู่ขวัญเสร็จแล้วผูกแขนนาค นำเข้าพิ
ธีบวชต่อไป


 

The recitals

กรรม

I did the same thing. If the girl I love. If you do not like to disagree with this objection was not resumed. He would love for him to be satisfied until. Until that happens, it will damage it .. I know it’s wrong to. But it’s wrong to do it to the position it was not. This is a simple example. What is the diagnosis. Be diagnosed by carrying out a large I usually can. Bias arises in the mind. This is called ฉantacti. I hate the place. We do not like it. Do not like it when people do not have a resolution that is not bad is it altogether.

The resolution in the case. It has a base that is like. I do not like that it is. The sake of the example as well. I love that it is selfish like that. It’s a pleasure to enjoy the best. I want to get involved in another one that I do not like I do not appreciate what he was doing was not my mood. I hate it. The bias that occurs immediately. That does not apply. Action is not valid. Although it was not to be. But if you did not go ahead. Adgtikieแpaale ever called. I have the same. I hate to call it biased.

Biased because of fear. Some fear that this decision is influenced him. He feared henchmen. I was afraid of the big powers. The diagnosis is usually built into the fear. To provide a safe Selfishness is the same. Put into use again. What is the diagnosis was wrong and it was not exactly the truth. This is called biased because of the fear.

This selfishness. I’m saying it. What they often turn to the subject. Because it is important. The base of both the good and the bad people. If it’s in the bad. That’s a selfish element. To make people think it’s wrong to commit to anything. In ways that are damaged. Because of the selfishness that has happened before. If not selfish. Is seen in the fact that Dharma. It would not be wrong. Because the Dharma. I think it will be like. Target. I have to get involved. Thought to be caused by it.

For a simple example, that the “A.” This is the one. Then that person to act for him as one. Most of the people he saw that it was not any different, but not with the “J” did not think so. Did not see in it. To say that he was so good as well as the “Republic” was organized under the patronage of the then hold up in a variety of ailments. He helps his mother died. Funeral for his help. That has suffered distress, ran to assist. Help and support are a bunch of his mind, “a” for the love and respect that person. But do not think that what we have, it is a matter of individual Or the public. The only think that I was good at it. What is he doing to the damage that was wrong. Back out of sight. I can not see. Because it overcomes prejudice.

Bias is bias when it happens. Because it is biased. Called ฉantacti, I hate bias. Call it hate, fear and prejudice. Called prejudice, bias due to ignorance. Called intolerance.

4 The objective of this one. If it happens in the mind of any person. The person must continue to decline. Why the Great Depression. I think it’s wrong to say that the criminal association, they are pebble stones go wrong with. This is the base for the four bias in mind. Otherwise, it will happen, it will tilt the bias that exists as we have love, we have to look at the positive. Useful to them. Anyone that does not agree.

Suppose that a young girl has a crush on each other. The young girl in love. I looked down and saw that my parents did not have it. But the young people are the ones finical A rancher. I do not have bad habits. Then I told her that. I consider this to be the young man she had a fan here. It does not matter what. Daughter to believe. I like it … do not believe. That you find offensive or otherwise objectionable in this. I do not like to say that this different manner. He did not see any of the people he loves. I love him so much. He has very little bias. Called partial sides were very little. Who says it is not for this that I do not like it. I usually take the environment as an excuse to claim that he is not just the poor. He does not miss the USSR. I accept the fact that others see. Because of the eye, it is translucent. What a blur to me. Not clear as to the actual situation.

The bias is due to the fall. I do not know what is. I do not understand. There is no reason not affect intelligence. He heard that it was said to him. This is called intolerance. If these people are so prejudiced. It also distracted by it.

Now he is one. Is often used to bias the thing. To do this and that next. Damage to various reasons. What’s the diagnosis that was. That evil is not evil. Will not be prejudiced. Widgets will be fairly diagnostic. With fairness, it must be attributed to many things, such as taking the Five Precepts before the diagnosis. The action is good or evil. It is an offense to pay or not. What are the five precepts, we are very well known. Is to not kill each other. Do not plug the well. The Act does not encroach love to entertain, not to speak lie. Not consume alcohol as the site of negligence. This is the primary We will take a decision as to what is wrong.

คำสอนของพระพุทธเจ้า

สิ่งใดที่ว่าละยากๆ ถ้าจิตมันเข้าไปถึง เข้าไปรู้ไปเห็น แล้ว เมื่อเราต้องการละ มันก็ละ ต้องการบำเพ็ญ มันก็บำเพ็ญให้เรา เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามอบรมจิตของเรานี้แหละ ให้รู้เห็นธรรมะที่ละเอียดไปตามลำดับ ที่ไม่สามารถที่จะไปเห็นด้วยตาธรรมดา ไม่สามารถสัมผัสได้ในจิตธรรมดา แต่สัมผัสได้ในจิตที่ได้อบรมละเอียดในองค์สมาธิ จึงจะสัมผัสได้ จึงจะรู้ได้

เพราะ ฉะนั้น พยายามรวบรวมจิตของเรา ให้มีอารมณ์อันเดียว มีจิตดวงเดียว มีธรรมอันเดียว ให้จิตเข้าสู่ความสงบความละเอียดไปตามลำดับ ตัดความวุ่นวาย ยุ่งเหยิงภาระภายนอก ไม่ให้มีอยู่ในจิตในใจ ปล่อยวาง ให้หมด สละให้หมด สละด้วยสติด้วยปัญญาอันชอบ สละด้วยความเห็นชอบ ไม่ต้องไปแก้ไขภายนอก คือสละใน จิตนั้นเอง ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องไปทำอะไรกับภายนอก เพราะวัตถุภายนอกนั้น เขาไม่เป็นมูลแห่งสุขและแห่ง ทุกข์ ส่วนมูลที่ให้เกิดสุขเกิดทุกข์ มันเป็นเรื่องของจิต

เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นอะไรที่เราจะไปตัดสิ่งภายนอก จะไปแก้สิ่งภายนอก ด้วยกายด้วยวาจา แต่มาแก้จิตใจของเรา ด้วยสติปัญญาอันชอบ อันถูกต้อง ตามที่พระพุทธเจ้าทรงพาปฏิบัติพากระทำ เดินตามพระองค์ เชื่อตามพระองค์ ส่วนไหนที่เรารู้แล้วว่าไม่ดี ที่พระพุทธเจ้าท่านให้ละ เราก็อบรมจิตใจของเราให้เห็นชอบตาม ให้ละได้ตาม ให้ปล่อยวางตาม

คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น มีผู้นำมาใช้โดยศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใส ด้วยความตั้งใจ ความเสียสละใน สิ่งที่ควรเสียสละ ตัดในสิ่งที่ควรตัด เมื่อตัดบางสิ่งบางอย่างแล้ว บางสิ่งบางอย่างมันเกิดขึ้นได้ มันมีขึ้นได้ แต่ถ้าไม่ตัดบางอย่างที่เราต้องการ ความสงบก็ไม่บังเกิด

เพราะฉะนั้นพอตัดอันหนึ่ง ทิ้งอันหนึ่งไปแล้ว ความสงบเกิดขึ้นแทน ความสุขเกิดขึ้นแทน เราควรเอาความสุข ควรเอาความสงบ ควรเอาการงานภาระของเราให้น้อยลง ให้เบาบางลง

เพราะฉะนั้น คำว่า “ละ” ไม่ใช่ว่าละแล้วไม่ได้อะไร ถ้าละแล้วสูญเปล่า พระพุทธเจ้าก็ไม่สอนให้ละ แต่เราละอันหนึ่งแล้ว อันหนึ่งงอกงาม

เราเห็นสิ่งหนึ่งไม่ดี แต่สิ่งหนึ่งมันดีผ่องใส เช่น เห็นกายในกาย ที่พระพุทธเจ้าท่านให้เห็นตามความเป็นจริง ก็เพื่อกำจัดสิ่งที่หลอกลวง สิ่งที่ไม่จริง ที่มีอยู่ในจิตใจ ที่เคยหลงมาก่อน เพราะความจริงเท่านั้น ทำให้เรายึดมั่นได้ เป็นที่พึ่งได้ กำจัดภัยได้ เพราะความรู้จริงเห็นจริงตามสภาวะธาตุสภาวะธรรม ที่มีปัจจัยปรุงแต่ง ที่ทำให้เราและสัตว์ทั้งหลายเข้าใจผิด สำคัญผิด ยึดถือไปผิด เลยได้รับทุกข์จากความรู้ผิด เข้าใจผิด มาเป็นเวลายาวนาน ไม่ใช่เฉพาะปีนี้ หรือไม่ใช่เฉพาะแต่ชาตินี้ หลายชาติหลายภพมาแล้ว หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ แต่เมื่อเราไม่รู้จักแล้ว ก็นึกว่าไม่มีอะไร

พระ พุทธเจ้าพระองค์ทรงรู้เห็นตลอดเวลา เพราะพระปัญญาของพระองค์ละเอียดอ่อน ของลึกลับขนาดไหน พระองค์ก็เห็นได้ จิตใจของเรา ฝึกฝนยังไม่พอ จึงรับยังไม่ได้ รู้ไม่ได้ แม้สิ่งเหล่านั้นมีอยู่ บาปมีอยู่ บุญมีอยู่ นรกมีอยู่ สวรรค์มีอยู่ แต่ก็ยังสงสัย เพราะไม่ประจักษ์ในใจของเราเอง

เมื่อตราบใด เราพยายามทำใจของเราให้มีญาณเป็นเครื่องรู้เครื่องเห็นขึ้นมาแล้ว เราก็จะสิ้นสงสัยทันที เมื่อเราไม่สงสัยแล้ว กำลังใจในการปฏิบัติ ก็เพิ่มขึ้นทันที

ความสงสัย เป็นตัวอุปสรรคอย่างสำคัญมาก เพราะฉะนั้น ผู้ที่ตัดความสงสัยเสียได้ จึงเป็นผู้ที่เข้าเขตแดนอริยะ แก้ความสงสัยก็ด้วยการปฏิบัติจิตภาวนา สร้างสติสร้างปัญญาในสมาธิให้เกิดขึ้น ปรากฏในจิตใจของเรา เมื่อมันชัดในจิตใจแล้ว ความสงสัยก็เลิกไปเอง หมดไปเอง

สิ่งใดที่ว่าละยากๆ ถ้าจิตมันเข้าไปถึง เข้าไปรู้ไปเห็น แล้ว เมื่อเราต้องการละ มันก็ละ ต้องการบำเพ็ญ มันก็บำเพ็ญให้เรา เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามอบรมจิตของเรานี้แหละ ให้รู้เห็นธรรมะที่ละเอียดไปตามลำดับ ที่ไม่สามารถที่จะไปเห็นด้วยตาธรรมดา ไม่สามารถสัมผัสได้ในจิตธรรมดา แต่สัมผัสได้ในจิตที่ได้อบรมละเอียดในองค์สมาธิ จึงจะสัมผัสได้ จึงจะรู้ได้

เพราะ ฉะนั้น พยายามรวบรวมจิตของเรา ให้มีอารมณ์อันเดียว มีจิตดวงเดียว มีธรรมอันเดียว ให้จิตเข้าสู่ความสงบความละเอียดไปตามลำดับ ตัดความวุ่นวาย ยุ่งเหยิงภาระภายนอก ไม่ให้มีอยู่ในจิตในใจ ปล่อยวาง ให้หมด สละให้หมด สละด้วยสติด้วยปัญญาอันชอบ สละด้วยความเห็นชอบ ไม่ต้องไปแก้ไขภายนอก คือสละใน จิตนั้นเอง ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องไปทำอะไรกับภายนอก เพราะวัตถุภายนอกนั้น เขาไม่เป็นมูลแห่งสุขและแห่ง ทุกข์ ส่วนมูลที่ให้เกิดสุขเกิดทุกข์ มันเป็นเรื่องของจิต

เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นอะไรที่เราจะไปตัดสิ่งภายนอก จะไปแก้สิ่งภายนอก ด้วยกายด้วยวาจา แต่มาแก้จิตใจของเรา ด้วยสติปัญญาอันชอบ อันถูกต้อง ตามที่พระพุทธเจ้าทรงพาปฏิบัติพากระทำ เดินตามพระองค์ เชื่อตามพระองค์ ส่วนไหนที่เรารู้แล้วว่าไม่ดี ที่พระพุทธเจ้าท่านให้ละ เราก็อบรมจิตใจของเราให้เห็นชอบตาม ให้ละได้ตาม ให้ปล่อยวางตาม

สมาธิ…ควรทำจิตให้สงบ เราก็เห็นตามชอบตามสงบตาม

ควรอยู่ในความวิเวก เราก็กำหนดจิตให้เกิดความวิเวก มีความปีติมีความสุขในธรรม เพราะอาศัยความวิเวก มีอารมณ์อันเดียว ที่ท่านยกย่องว่าผู้มีอารมณ์อันเดียว มีสติบริสุทธิ์ มีความสุข

อัน นี้เป็นเรื่องจิตกับความคิดดำริอันชอบภายในเท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับสิ่งอื่นเลย โดยเฉพาะจิตเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น เรื่องเฉพาะจิตอันนี้แหละ ถ้าสติเข้าไปรักษาให้เป็นปัจจุบัน รู้อันมั่นคง ไม่วอกแวก ไม่ริบหรี่ เหมือนกับไฟเทียนที่ไม่มีลมพัด มันก็เที่ยง ถ้ามีลมพัดมา วิบๆแวบๆ อ่านหนังสือก็ไม่ออก รู้อะไรก็ไม่ชัด จิตที่มัน ไม่เที่ยงนี้แหละ ที่ขึ้นๆ ลงๆ ลุ่มๆ ดอนๆ ความรู้ที่เรารู้ ให้มันตั้ง เหมือนกับหลักหินที่มันตั้ง ลมพัดจากทิศต่างๆ ไม่กระเทือนไม่หวั่นไหว

เราปฏิบัติจิตอบรมจิตให้มีสมาธิ ให้ตั้งอย่างนั้นแหละ อย่าให้มันหลวม อย่าให้มันโยกเยกๆ ให้มันตั้งมั่น โดยสติเป็นผู้ระลึกสัมปชัญญะเป็นผู้รู้ สติระลึกเตือนคำบริกรรม กำกับให้มันทำงาน ไม่ให้เผลอ ไม่ให้ปล่อยทอดธุระ ละไปเอาอันอื่นมาแทน เอาเฉพาะจำกัดที่เรา มอบงานให้ทำ แม้นานเท่าไรเราก็ทำ ยอมรับทำอยู่อันเดียว เพื่อให้เกิดฐานอันมั่นคงก่อน สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นคง ยังไม่รู้ไม่เห็นก็ตาม ให้เห็นความมั่นคงเกิดขึ้น ในจิตใจก่อน ให้เห็นอันนี้ก่อน เป็นประตูแรก เป็นขั้นแรก ของมรรคของการปฏิบัติ เพื่อออกจากทุกข์อย่างแท้จริง

Reverend R. wrong.

Blessed is the total fair practices for the better. The people I follow are four reasons.
1. I walk the way you move it.
2. I do not burn your hand wet.
3. I have wronged in the time I was not that friendly.
4. I fell into the power of the bad girls.

I invite people who are not familiar or have never lived together, even for a day or two. Never seen before.
To sit on a seat that has been held. The rice and water consumption as well. But those who were invited to do so, the individual benefits.
I invite those who have deliberately To do so, he is known as a walk along the path and you are invited.
Reputation as a leading. Participants were invited to return as those who followed behind.
However, people such as parents, teachers or parent who has cared for children and students at large. Them.
When you know your child. Foster will return with a sense of gratitude. As you walk along the path together.
R. Blessed is wrong on that one.

In case of any individual, even a single night and the Guest House. Cooking with rice and water is fed.
Well as with his hands drenched with the operating base.
That person should not be a bad idea to do that even with my home. The idea that a person is civilly against the so called burn your hand wet.
The second canon is fairly equivalent.

Guests can sit or lie down at the shadow of any tree. Boy should not break the stem of the tree branches or shoots it. I know the benefits of trees.
The plant is known as a personal injury is a sin, because they have a shade that you care for her. I have a broken rod Frances King.
Or destruction of trees that sprout. Graduates is considered. Can be vicious. I even have a tree. That they have been living a lie.
People cut trees or branches that have been blamed for this favor. Not to mention the personal injury benefactor to help them get adopted.
Mayhem is not friendly to me and the Canon equivalent.

She praised her husband as well. Even for the big money for. But when a husband and then insulting them.
People should not be in the power of women like that. She said it was normal. I have a fond respect for their husbands. Honor her husband.
Aggressive woman scorned husband does not speak so well as a woman. The lady praised. In contrast to women who have no loyalty to the husband.
Consciousness is called the theology Asatis a woman not a woman of this type is considered mother. Praise and honor. And wealth to the people.
But when the opportunity to insult her. I do not tell her husband or expose the public to get to know. She is not good at this.
Should not associate with. STO is to associate a friendly or a wife. Inevitably degrade the honor to be a distinct depression.
Not in the power of the bad girls. The fourth canon is fairly equivalent.
It.
admin.
Administrator.
Sr. Member.
*****.
Offline.

Posts: 363.

Details.

Re: Canon equivalent fairly good practice for four reasons – like a giant button at the sermons of the Wito BA.
«Reply # 1 on: July 10, 2010, 09:59:54 AM».

[985] at the keypad that the giants. I stood on top of Kiri Kan Banphot. The idea would be.
The idea was to rise first. With the well-being of the Wito -.
This degree can have us do. We shall kill you, then keep this Wito BA.
Heart to him.
[986] As a big button at the top of his mental injury to the foot to the crown.
Animals in the mountains. Frenchie inside the mountain. I caught the animal.
Remove the lower head. Thrown down to the ground without any limitation.
[987] BA Wito eclipsed the glorious state of the simulated model. After hanging his head.
Into a steep ravine. It is horrible horrible horrible too.
I did not flinch. As I said at the Giant’s keypad. When there is such a rarity.
But what is not good. Similar to the rally but did not rally.
A vulgar action useless. The one I have in mind is even less charitable.
You will throw me into the abyss useless. With the death of
I will have to say this is like the skin of a person.
Let me tell you the man. When the angel’s name.
[988] I was a big name at the shift key. The Pacha of Dame Kuewr if you would.
Listen to the serpent called Varuna. Naga has occupant earth.
Clean the skin with beauty and strength. I would have loved her.
Naga Kanya called it a good run by the Daughters of the serpent. Please look here for a philosopher.
Because of her I had a good run at the waist, which I love. So I decided to.
Kill you.
[989] Giants look here, you do not have an obsession with it. PFC many animals.
The reason is because I hold you so dear to me, in her best run at.
The waist is pretty cute. What you have with the death of me.
I invite you all to say that I am with.
[990] I wish the auspices of the Daughters of the serpent serpent. I have a lot of power.
The subjects of her relatives called me in a good run. Those are my relatives.
I was overwhelmed by the love scene is one the auspices serpent serpent.
I said I had a lady ask me to run in Naga Kanya as well. We find the daughter.
We, the body of the hair. I have an amazing eye. Apply with Hurn.
If your heart’s desire แkenhantns Wito BA in the future of this planet.
Because this fair feat. You will be our daughter. We are United.
Moreover, the desire for more wealth. Please look here Pasha. I do not have to.
I know people will listen to this again, I did not have a phone.
What do because your heart. I have been fair.
Thao and her serpent king Varuna William MLA. I will give her a good run in the Naga Kanya.
I therefore I have tried to kill me.
Contributing to the death of you. It will push you to the abyss in this killing.
Then take it to heart.
[991] So I put him down quickly. If you have business to do with my heart.
Reverend R. I will show you this all wrong today.
[992] at the keypad that the giants. I put Wito Bachelor eclipsed the noblest of people.
Simulated the model on top of the hill. See no evil Wito Bachelor of spirituality, so I took that.
When I am lifted up from the abyss it. Today I have work to do with the heart.
R. Blessed are ye show me all of that to me today.
[993] I will raise you up out of the abyss. If you have business to do with the heart.
I will show my total canon all wrong for you today.
[994] When I look here young man walking along a path that you do not burn your hand first.
Do not have one of the bloodiest violence among friendly with me, do not fall into the other one.
The power of one woman’s sanity.
[995] He was a walk along the walk to the called party.
How to burn your hand wet. People like friendly woman named mayhem like.
I asked the name of sanity. I will give that body.
[996] Any person who shall invite people who are not familiar with. Never seen, even with the seat.
Men ought to be done by a real benefit to them. Graduates who are men.
That’s the way to go for your walk. In case of any adverse party.
Even a single night with lead white. Not a bad idea to me, even with a bad idea.
Such persons. It was moist burn pads. The mayhem was friendly.
People sitting or lying on the shade of the trees. Boy should be branches of the tree.
Because of the violence was wicked friendly. Regarded as very threatening to the woman’s husband.
This land is full of sap. I find it insulting to the husband.
People should not fall under the jurisdiction of those women. The name of the person name Faustin.
As you walk along the way, and then some. It was moist palms burned like this.
Named in the power of a woman who was very conscious of this. Mayhem was friendly.
This is what is in the wrong. I was wrong before.
(This is) a religious sermon Reverend R..

ธรรมะจากท่านพุทธทาสภิกขุ

พระธรรม

ท่านพุทธทาสเป็นคนช่างคิดช่างประดิษฐ์ ทั้งประดิษฐ์คำและประดิษฐ์ธรรม ประดิษฐ์คำ คำที่ท่านใช้เวลาอธิบายปีละคำนั้นเรียกว่า ”ธรรมะ 9 ตา” มีดังนี้

  1. 1.  อนิจจตา คือความไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน ความเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏภายนอก (อัชฌัตตา ธัมมา)

2. ทุกขตา คู่กับอนิจจตา คือทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ย่อมแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นเสมอ เป็นความไม่สมบูรณ์บกพร่องอันเป็นเนื้อใน (พหิทธา ธัมมาป โดยอธิบายว่า ความบกพร่องความไม่สมบูรณ์ในตัวนั้นแหละ คือทุกขตา เมื่อบกพร่องไม่สมบูรณ์มันก็ย่อมเปลี่ยนในที่สุด (อนิจจตา) )
3.
อนัตตต คือ ความไม่มีตัวตน ความมิใช่ตัวตน อนัตตตา มีสองความหมายคือ

(1) ความไม่มีตัวตนถาวร (อาตมันถาวร) ดังที่ลัทธิฮินดูเชื่อกัน ว่าอาตมันเป็นสิ่งสัมบูรณ์ในตัวเอง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อยู่เป็นนิรันดร ส่วนที่เปลี่ยนคือร่างกาย ทฤษฎีตายแล้วไปเกิดใหม่เปรียบเสมือนคนที่ออกจากบ้านเก่าที่ถูกไฟไหม้ไปหาที่อยู่ใหม่ บ้านเป็นบ้านใหม่แต่คนยังคงเป็นคนเดิม ดังที่กฤษณะได้สอนอรชุนผู้ไม่อยากรบกับญาติพี่น้องของตนเพราะเกรงจะมีการฆ่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นบาป กฤษณะสอนว่า “ไม่มีผู้ฆ่าไม่มีผู้ถูกฆ่า” ดุจเอามีดฟันหยวกกล้วย เพราะอาตมันไม่มีใครฆ่าได้ พระพุทธศาสนาปฏิเสธแนวคิดอาตมันถาวรนี้ จึงเรียกว่าอนัตตตา
(2) ความมิใช่ตัวตน ในความหมายนี้ทรงแสดงไว้ในอนัตตลักขณสูตร ว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันประกอบเข้าเป็นสัตว์บุคคลตัวตนเราเขานี้ มิใช่ตัวตนของใคร มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปตามธรรมดาของสังขาร เพราะถ้ามันเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เราสามารถบังคับหรือขอร้องให้มันเป็นอย่างนั้น อย่าไม่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้ แต่นี่หาเป็นเช่นนั้นไม่ จึงเชื่อว่า เป็นอนัตตตา
4.
อิทัปปัจจยตา เป็นชื่อหนึ่งปฏิจจสมุปบาท หลักแห่งการเกิดขึ้นอาศัยกันของปัจจัยทั้งหลาย เมื่อเกิดสิ่งนั้น จึงมีสิ่งนี้ (Dependent Origination)
5.
สุญญตา คือ ความว่างเปล่า ความศูนย์ คือสูญจากความมีตัวตน เวลาพระท่านพิจารณาสังขารโดยความเป็นสภาพศูนย์ หมายถึงพิจารณาเห็นความเป็นจริงว่า สิ่งที่เรียกว่าตัวตนเราเขา นั้นที่แท้ไม่มี มีเพียงการประกอบเข้าแห่งธาตุสี่ดินน้ำลมไฟเท่านั้นเอง เมื่อเห็นว่าว่างอย่างนี้แล้ว ท่านก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น ดังที่หลวงพ่อพุทธทาสกล่าวว่าว่างจากตัวกูของกู
6. ธัมมัฏฐิตตา 7. ธัมมนิยามตา  คือ การที่สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับสลายไปเป็นกฎธรรมชาติหรือภาวะที่ยืนตัวเป็นหลักแน่นอนอยู่โดยธรรมดา เป็นกฎธรรมดาหรือกำหนดแห่งธรรมดา ไม่ขึ้นอยู่กับผู้สร้างผู้บันดาล ไม่ขึ้นอยู่กับการเกิดขึ้นของศาสดาหรือศาสนาใดๆ
ดังพุทธวจนะว่า “ไม่ว่าตถคตทั้งหลาย (พระพุทธเจ้าทั้งหลาย) จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม กฎธรรมชาติ กฎธรรมดานั้นก็ยังอยู่”
8. ตถตา ความเป็นเช่นนั้นเอง ตถตา เป็นการอธิบายความที่สิ่งทั้งหลายเป็นเหตุปัจจัยแห่งกันและกัน เมื่อมีเหตุปัจจัยมันก็เกิดขึ้นดำรงอยู่และเป็นไปตามกฎธรรมดา เมื่อหมดเหตุปัจจัยมันก็ดับ การที่มันจะเกิด จะคงอยู่หรือจะดับไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดลบันดาลของใคร ไม่ขึ้นอยู่กับการขอร้องอ้อนวอน หรือความต้องการของใคร เมื่อเหตุปัจจัยมันสุกงอมแล้ว ไม่อยากไปก็จำต้องไป เพราะทุกอย่างเป็นตถตา
9. อตัมมยตา เป็นสภาวของระดับจิตสุดท้ายสูงสุด กล่าวคือ เป็นระดับที่ไม่ยึดถือหรือยึดติดต่อสิ่งทั้งปวง เพราะทุกสิ่งเป็นผ่านพ้นความเป็นธรรมดา และเป็นเช่นนั้นเองแล้ว สภาวจิตที่เข้าถึงระดับนี้ คือ ระดับจิตของบุคคลที่ปฏิบัติโดยไม่ยึดติดต่อสิ่งใดใด เพราะเข้าใจด้วยหลักเหตุ และผลที่เกิดขึ้นของสิ่งทั้งปวง
สำหรับ การปฏิบัติ อตัมยตา คือการเก็บรายละเอียดปลีกย่อยที่จิตเข้าไปยึดถือไว้มาตั้งแต่เกิด จนสามารถปฏิบัติให้จิตสามารถหลุดพ้นได้อย่างสิ้นเชิง