กรรมตามทัน

เธอเล่าให้ฟังว่า ขณะที่รอให้คนมาช่วยอยู่นั้น ในจิตสำนึกก็หวนระลึกถึงนกที่ตนเองผูกประทัดไว้ จนทำให้มันขาขาด สุวิมลไม่รู้ว่าทำไมต้องนึกถึงมัน แต่จิตของเธอมันนึกขึ้นมาเอง ตอนนี้เธอได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดแล้วว่ามันเป็นอย่างไร ผลของกรรมได้สนองเธอแล้วอย่างแน่นอน เธอคิดได้อย่างเดียวว่า มันเป็นผลกรรมที่เธอทำไว้กับนกเป็นแน่ เมื่อตั้งสติได้เช่นนั้น เธอก็คิดขึ้นมาในใจว่า ขออย่าเพิ่งให้ตนเองตายตอนนี้ หากไม่ตายจะทำบุญไปให้นกตัวนั้น

เวลา ผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดก็มีคนผ่านมาและช่วยนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลทันที เธอนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวันกว่าจะกลับบ้านได้ ทุกขณะที่อยู่โรงพยาบาล เธอก็ยังนึกถึงวันที่เธอจุดประทัดแล้วนกตัวนั้นหล่นลงมาขาขาด และตั้งใจว่าหากกลับบ้านวันใดจะต้องรีบทำบุญให้กับนกตัวนั้นทันที

หลายครั้งที่เธอชวนเพื่อนๆ ไปจับสัตว์มาทรมานเล่น บางครั้งก็ไปจับนกแล้วเอาประทัดผูกขามัน เมื่อจุดประทัดแล้วก็ปล่อยมันไป บางครั้งก็เป็นสัตว์อื่นๆ เช่น จิ้งจก ตุ๊กแก สุนัข กบ คางคก เป็นต้น นับว่าสารพัดสัตว์ที่เธอหามาได้ ก็มักถูกจับมาทรมานในรูปแบบต่างๆ กัน

สัตว์ บางตัวจับมาแล้วก็เอามาผูกไว้ ให้มันอดอาหารทรมานจนตาย บางครั้งก็จับใส่ขวดแล้วก็ปิดปากขวดไว้อย่างแน่นหนา สัตว์หลายตัวต้องดิ้นรนอยู่ในขวดอย่างทุรนทุราย เพราะขาดอากาศหายใจ จนในที่สุดก็ตายด้วย ความทุกข์ทรมาน

แต่สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นความสุขของสุวิมลทั้งสิ้น เห็นสัตว์ทีไร เธอก็อดไม่ได้ที่จะต้องจับมันมาทำอะไรสักอย่าง เมื่อได้ทรมานมันแล้วก็รู้สึกว่า สนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นบาปเป็นกรรมอะไรทั้งสิ้น เธอเชื่อว่า ถึงบาปกรรมจะมีจริง สัตว์พวกนั้นก็คงทำอะไรเธอไม่ได้ เพราะมันตัวเล็กนิดเดียว ไม่มีแรงที่จะมาทำอย่างที่เธอทำกับมันได้

สิ่ง ที่สุวิมลคิดทั้งหมด ล้วนแต่เป็นความคิดผิด อันเกิดจากอวิชชาที่ครอบงำเธออยู่อย่างหนาทึบ จริงอยู่…สัตว์เหล่านั้นคงไม่สามารถฟื้นขึ้นมาและไม่สามารถจับสุวิมลใส่ ขวดปิดฝาทรมานอย่างที่เธอทำกับมันได้ แต่แน่นอนว่า สัตว์ทุกตัวที่ถูกเธอทรมาน จะต้องผูกความแค้นความอาฆาตกับเธอย่างแน่นอน เพราะใครๆก็ต้องรักชีวิตของตนเอง สัตว์ทุกตัวก็รักชีวิตของมัน

ด้วยบาปกรรมที่สุวิมลทำไว้จะทำให้เธอได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ในขณะที่ยังไม่ได้รับผลกรรมชั่ว เธอย่อมไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ

วัน หนึ่งสุวิมลจับนกมาได้ตัวหนึ่ง ก็เลยนึกสนุกเช่นที่เคยทำ เธอไปซื้อประทัดสามเหลี่ยมขนาดใหญ่มาหนึ่งอัน และผูกไว้ที่ขานกอย่างที่เธอเคยทำ พร้อมกับเอาเทปใสพันรอบขานกเพื่อไม่ให้ประทัดหล่น เมื่อเธอมั่นใจว่าประทัดแน่นดีแล้ว ก็หาไม้ขีดไฟมาจุดทันที!!

ไฟลุกติดอย่างรวดเร็ว เธอรีบปล่อยนกให้เป็นอิสระ มันจึงรีบบินหนีทันที เพราะกลัวความตาย แต่เมื่อบินไป ได้ไม่ไกลนัก ประทัดก็ระเบิดขึ้นตูมใหญ่!! เสียงดังสนั่น หวั่นไหว ตามมาด้วยขาทั้งสองของมันขาดปลิวร่วงลงมา!! มันเจ็บปวดทรมานมาก ก่อนที่ร่างจะค่อยๆร่วงลงสู่พื้น

สุวิมล เห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้รู้สึกตกใจ หรือรู้สึกสงสารนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเธอกลับตบมือโห่ร้องแสดงความดีใจ และสนุกสนานที่ได้แกล้งนก

หนึ่งปีผ่านไป กรรมที่สุวิมลก่อไว้กับนกก็ได้ย้อนกลับ มาหาเธอโดยที่เธอไม่รู้สึกตัวเลย

วัน หนึ่งเธอนั่งรถมอเตอร์ไซค์ไปกับเพื่อน เพื่อจะไปเที่ยวงานกลางคืน ความที่พวกเธอเป็นวัยรุ่น กำลังคึกคะนอง จึงขับรถซิ่งด้วยความสะใจ โดยไม่กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

ช่วงเวลาที่เธอกำลังสนุกสนานกับความเร็วของรถอยู่นั้น จู่ๆรถก็ตกหลุม ทำให้เสียหลักในการทรงตัว ตกลงข้างถนน คนขับก็ลอยกระเด็นไปด้านหนึ่งจนสลบไป แต่สุวิมลลอยกระเด็นติดไปกับรถ เมื่อรถกระแทกลงพื้น ก็ระเบิดขึ้นมาอย่างแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว!! และท่ามกลางความมืดนั้น ได้ยินแต่เสียงร้องของสุวิมลเรียกให้คนช่วย

เธอ นอนร้องอยู่อย่างนั้นหลายชั่วโมง ขณะนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่า ขาข้างซ้ายของเธอได้ขาดไปแล้ว น้ำตาจึงไหล ออกมาไม่หยุด ด้วยความเจ็บปวดที่ขาขาด และเสียเลือดมาก สุวิมลร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส

เมื่อถึงวันที่ได้กลับบ้าน เธอจึงบอกพ่อแม่ให้เตรียมสังฆทาน อาหารคาวหวาน และให้พาเธอไปทำบุญที่วัด เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับนกตามที่เธอตั้งใจไว้ และนอกจากนี้ เธอยังได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์อื่นๆ ที่เธอเคยนำมาทรมานทุกตัว ทำให้สุขภาพจิตของเธอดีขึ้น แผลที่ขาก็ค่อยๆหาย แต่ขาที่ขาดไปแล้วนั้น หมอไม่สามารถต่อได้ เธอต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต

นี่ แหละคืออำนาจของกฎแห่งกรรม ที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ให้ผลตามที่แต่ละคนได้สร้างเอาไว้ คนอื่นจะมารับแทนกันก็ไม่ได้ ผู้ที่ต้องการประสบแต่ความโชคดีก็จงรู้จักเลือกที่จะสร้างแต่กรรมดี เราสามารถทำกรรมดีได้ทุกวันทุกที่ทุกเวลา เพียงตั้งใจงดเว้นจากกรรมชั่ว รักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ ให้ทาน และปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นประจำ สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ชีวิตของเราประสบแต่ความโชคดีตลอดไป

กรรมชัวลูกชั่วหลาน

วันหนึ่งมีร้านอาหารมาเปิดแถวพุทธมณฑลสาย 5 ซึ่งไม่ไกลจากบ้านของประยงค์เท่าใดนัก และเจ้าของร้านก็รู้จักกันดีกับประยงค์ ที่ร้านนี้มีเมนูอาหารหลายอย่าง แต่ที่ขึ้นชื่อน่าจะเป็นปลาช่อนลุยสวน ซึ่งมีรสชาติอร่อยมาก เพราะใช้ปลาช่อนสดๆที่เพิ่งถูกฆ่าใหม่ๆ เมื่อร้านอาหารมีคนมาอุดหนุนมากขึ้นเรื่อยๆ ปลาช่อนลุยสวนเมนูเด็ดของร้านจึงทำไม่ค่อยทัน หลายครั้งปลาก็หมดอย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านจึงคิดสั่งปลามาเพิ่ม เพื่อจะได้ตอบสนองลูกค้าอย่างเพียงพอ

เจ้า ของร้านเห็นประยงค์ไปรับจ้างได้ค่าแรงไม่มาก จึงคิดอยากจะหาทางช่วยเหลือ วันหนึ่งเมื่อได้เจอประยงค์ เขาก็ถามว่าสนใจที่จะทำงานให้กับร้านหรือไม่ ประยงค์ก็รีบรับปากทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เจ้าของร้านบอกว่า ทำอยู่ที่บ้านก็ได้ ทำเสร็จค่อยเอาไปส่งที่ร้าน จะทำกี่คนก็ได้ ช่วยกันทำ ยิ่งทำได้มาก ก็ยิ่งจะได้ค่าตอบแทนมาก งานนั้นก็คือ เป็นเพชฌฆาตฆ่าปลาช่อน พร้อมขอดเกล็ดให้เรียบร้อย

 

กรรมและผลของกรรมนั้น เป็นสิ่งที่สลับซับซ้อนยากที่จะเข้าใจได้อย่างละเอียด บางครั้งพ่อเป็นคนสร้างกรรม แต่ผลของกรรมกลับไปแสดงผลกับลูก กับครอบครัว เป็นต้น อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ นอกจากทุกคนจะมีกรรมเป็นของตนเองแล้ว แต่ละคนยังมีกรรมร่วมกันด้วย เมื่ออยู่ในครอบครัวเดียวกัน ก็จะมีกรรมที่ทุกคนเคยทำร่วมกัน จึงได้รับผลร่วมกันก็มี ดังเรื่องราวของ “ประยงค์” ชายรับจ้างวัย 51 ปี เป็นคนสามพราน นครปฐม เขามีฐานะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีรายได้แค่พอเลี้ยงครอบครัวไปวันๆเท่านั้น

 

ประยงค์ไม่ได้นึกอะไรไปมากกว่าได้รับค่าตอบแทนที่ดี มีเงินเพิ่มเพื่อเลี้ยงครอบครัว เพราะตอนนี้เขาก็มีลูกสาวอยู่คนเดียว อายุเพิ่ง 7 ขวบ ความหวังของประยงค์ นั้นอยากจะให้ลูกได้มีโอกาสเรียนสูงๆ จะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่ เขาจึงตกปากรับคำกับเจ้าของร้าน

วัน รุ่งขึ้นก็มีรถขนปลาช่อนตัวเป็นๆ มาที่บ้านเขาจำนวนมาก ตอนแรกที่เห็นปลาทั้งหมดดิ้นในถัง ทำเอาประยงค์รู้สึกกลัวเหมือนกันที่ต้องฆ่าปลาเหล่านี้ เพราะขนาดของปลามีแต่ตัวใหญ่ๆ หากเป็นปลาตัวเล็กๆ เขาก็คงไม่หวาดเสียวเท่าใดนัก แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะได้รับปากไว้แล้ว

ประยงค์จึงเริ่มทำงานโดยทุบหัวปลาช่อนให้ตายทีละตัวๆ บางตัวก็ต้องทุบหลายครั้งกว่าจะตาย เนื่องจากตัวใหญ่หัวแข็ง ในแต่ละวันกว่าจะทุบหัวปลาและขอดเกล็ดหมดก็ใช้เวลานานพอสมควร และตามแขนขาหน้าตาของเขาเต็มไปด้วยเลือดปลาที่กระเด็นใส่!!

เมื่อ วันแรกของการเป็นเพชฌฆาตปลาช่อนผ่านไปและมีรายได้ดี ประยงค์ก็ไม่รู้สึกอะไรอีก นอกจากทุบหัวปลาให้ได้มากขึ้น หลายครั้งเขาก็เรียกลูกเมียมาช่วย ซึ่งตอนแรกๆทุกคนรู้สึกกลัว ไม่กล้าทำ แต่เมื่อเห็นจนเป็นความเคยชิน จึงได้เริ่มลองทำดูบ้าง จนทำให้งานของเขาเสร็จเร็ว ได้เงินมากขึ้น และเหลือเวลาไปรับจ้างทำอย่างอื่นได้อีก

บ้านของประยงค์อยู่ริมคลอง ทุกเช้าเขาจะมานั่งทุบหัวปลาอยู่ริมคลองพร้อมกับครอบครัว หลังจากทุบเสร็จ ขอดเกล็ดแล้ว ก็จะตักน้ำคลองมาล้างปลาจนสะอาด และทุกเช้าจะมีพระเดินบิณฑบาตรผ่านบ้านเขาทุกวัน บางครั้งพระที่เดินผ่านมาก็ตกใจ เพราะเห็นปลาที่ประยงค์กำลังทุบอยู่นั้นดิ้นอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ทุกข์ทรมานกับการถูกทุบหัวเป็นยิ่งนัก บางครั้งดิ้นแรงมากจนถึงกับกระเด็นมาใกล้เท้าพระ หลายครั้งที่พระได้เตือนประยงค์ไปว่า หากเลี่ยงอาชีพนี้ได้ก็ให้เลี่ยงซะ อย่าทำเลย เพราะมันเป็น บาปเป็นกรรม ประยงค์ก็รับฟังสิ่งที่หลวงพ่อสอน แต่ว่าจะให้เขาทำอย่างไร จะเปลี่ยนอาชีพก็ไม่รู้จะไปทำอะไร จึงคิดว่าทำอาชีพนี้ต่อไปก่อน หากหาอาชีพใหม่ที่ดีกว่านี้ได้แล้ว ค่อยเปลี่ยนไปทำ

เวลาผ่านไป ครอบครัวของประยงค์เริ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากคนที่กลัวการฆ่า แต่วันนี้ทุกคนไม่กลัว และเห็นการฆ่าปลาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย จนกลายเป็นความเคยชิน เพราะอาชีพนี้ช่วยให้ครอบครัวเขาดีขึ้น

ประยงค์ และครอบครัวไม่เคยคิดเลยว่า สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ ผลกรรมมันจะตามมาทันอย่างรวดเร็วในชาตินี้… แล้วกฎแห่งกรรมก็เดินทางมาถึงในช่วงเย็นของวันหนึ่ง ลูกสาวของประยงค์ได้ลงไปเล่นน้ำในคลองหน้าบ้านตามลำพัง ซึ่งตามปกติเธอก็มักจะโดดน้ำคลองเล่นเป็นประจำมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนกระทั่งอายุ 7 ขวบ เธอจึงมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการเล่นน้ำในคลอง พ่อแม่ก็ปล่อยให้เล่นตามสบาย เพราะเห็นลูกเล่นอย่างนี้มานานแล้ว

แต่วันนี้ไม่เหมือนวันก่อนๆ น้องเจนจิราได้ปีนขึ้นต้นไม้ริมคลองแล้วกระโดดลงน้ำ เหมือนอย่างที่เคยเห็น เด็กแถวบ้านทำกัน เธอกระโดดพุ่งหัวลงไปในคลองอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นหัวของเธอก็ไปกระทบเข้ากับตอไม้ท่อนใหญ่ที่อยู่ในน้ำอย่างแรง จนหัวแตก คอหัก ทำให้เธอจมดิ่งลงใต้น้ำ!! กว่าที่พ่อแม่จะรู้ว่าลูกจมหายไปในน้ำ แล้วลงไปช่วยกันงมหา น้องเจนจิราก็ได้กลายเป็นศพไปเสียแล้ว…

ประยงค์ และภรรยาต่างร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะมีลูกสาวเพียงคนเดียว แถมยังมาตายอย่างน่าอนาถ ความฝันของประยงค์ ที่จะทำให้ลูกสาวได้เรียนสูงๆนั้นจึงหายวับไปกับตา เมื่อเขาได้สติก็ระลึกถึงคำเตือนของพระ ว่าสิ่งที่เขากับครอบครัวช่วยกันทำนั้นเป็นบาปกรรม พวกปลาที่ถูกเขาฆ่าคงอาฆาตแค้นอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ลูกสาวต้องตายในสภาพเช่นเดียวกับปลาช่อนที่ถูกทุบหัวนั้น!!

นี่คือผลของกรรมที่เห็นได้ทันทีในชาตินี้ ถึงแม้ว่ากรรมที่ทำจะไม่ได้แสดงผลกับประยงค์โดยตรง แต่การที่มันให้ผลกับลูกของเขา ก็ยิ่งเป็นเหมือนกับมีดโกนที่บาดลงกลางใจของผู้เป็นพ่อ เพราะลูกเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ เขายอมทำทุกสิ่งทุกอย่างได้เพื่อลูก แต่เมื่อเห็นลูกมาตายเช่นนี้ ชีวิตเขาก็เหมือนกับตายทั้งเป็น

การฆ่าสัตว์ใดๆ ก็ตาม ล้วนแต่เป็นบาป ผิดศีล และผลกรรมจากการฆ่าสัตว์จะทำให้อายุสั้นลงด้วย

กรรมของการฆ่าปลา

การขายปลาสดนี้ บางครั้งลูกค้าก็ซื้อตัวเป็นๆกลับบ้านไปเลย แต่บางครั้งก็ต้องให้แม่ค้าทุบหัวปลาให้ด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าคนที่มาซื้อกลัวบาปหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่ส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะให้เธอทุบหัวปลาแทบทุกครั้ง ซึ่งเธอก็ทำให้ เพราะมันคืออาชีพของเธอ หลายครั้งที่หญิงสาวคิดว่าตนเองคงไม่บาปหรอก แต่คนที่สั่งให้ฆ่าน่าจะบาปมากกว่า แต่ก็มีบางครั้งเหมือนกันที่เธอรู้สึกว่าการคิดเช่นนั้นเป็นเหมือนการปลอบใจ ตัวเองเพราะความจริงในใจลึกๆ เธอก็ยังกลัวบาป

ณ ตลาดเล็กๆ แห่งหนึ่งในตัวอำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว มีแม่ค้าอยู่คนหนึ่งชื่อว่า “จันทร์เพ็ญ” เธอขายปลาสดอยู่ในตลาดแห่งนี้มานานหลายปีแล้ว ปลาที่นำมาขายก็มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาช่อน ปลาดุก ปลาตะเพียน และอีกมากมาย

ก่อน หน้านั้นจันทร์เพ็ญมีอาชีพทำไร่ทำนา บางปีก็มีกำไรนิดหน่อย บางปีก็ขาดทุน แต่โอกาสที่จะได้กำไรมากนั้นแทบไม่มีเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เธอตัดสินใจหันไปหาอาชีพค้าขาย ซึ่งคิดว่าน่าจะทำให้ฐานะในครอบครัวดีขึ้น

เมื่อพอมีเงินลงทุนนิดหน่อย เธอก็มองหาว่าจะค้าขายอะไร ตอนนั้นมีคนแนะนำว่า น่าจะไปซื้อปลามาขาย ซึ่งดูแล้วคิดว่าจะมีกำไรดี และก็ลงทุนไม่มากนัก ทำให้จันทร์เพ็ญตัดสินใจที่จะค้าขายปลาสดทันที

เธอ จึงไปจับจองที่ในตลาดและไปรับปลาสดมาขาย กำไรจากการขายปลานับว่าดีพอสมควร พอที่จะเลี้ยงครอบครัวได้ จันทร์เพ็ญจึงรู้สึกพอใจกับอาชีพนี้ เพราะมันช่วยเปลี่ยนชีวิตของเธอไปมากเลยทีเดียว เพียงไม่กี่ปีก็ทำให้เธอมีเงินเป็นกอบเป็นกำ มากกว่าการทำนาหลายๆปีที่ผ่านมา

การ ทุบหัวปลานั้น หากเป็นปลาตัวเล็กๆ ก็ยังไม่ค่อยน่ากลัว แต่หากเป็นปลาตัวใหญ่ๆ เช่น ปลาช่อนตัวโตๆ ก็น่าหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน จันทร์เพ็ญต้องใช้ไม้ค้อนขนาดใหญ่ทุบหัวมันอย่างแรง จนเลือดกระเด็นกระดอนมาใส่ตัวเธอ แต่ละวันจึงมีเลือดปลาติดอยู่ตามเสื้อ และตามร่างกายเต็มไปหมด!!

แรกๆที่ทุบหัวปลา จันทร์เพ็ญรู้สึกใจหายอยู่เหมือนกัน แต่พอทำไปนานๆก็เกิดความเคยชิน กลายเป็นเรื่องปกติ จิตใจที่เคยหวาดหวั่นกับอำนาจของกฎแห่งกรรม ก็ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป

แต่ ละวันปลาที่ถูกฆ่านั้นมีจำนวนไม่น้อยทีเดียว ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก นอกจากจะฆ่าปลาเหล่านั้นให้ลูกค้าแล้ว บางครั้งเธอก็ฆ่าเพื่อทำอาหารกินเองบ้าง หากวันไหนปลาที่นำไปขายเหลือมาก เธอก็จะขังไว้แล้วนำไปขายในวันรุ่งขึ้น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จันทร์เพ็ญยังคงยึดอาชีพเป็นแม่ค้าปลา เธอไม่เห็นว่า กรรมมันจะส่งผลไม่ดีอย่างไร ในทางตรงกันข้ามมันกลับทำให้เธอมีอยู่มีกิน สะดวกสบายมากกว่าตอนที่ทำนาเสียอีก เธอจึงคิดว่าเป็นอาชีพที่ดี เพราะไม่ได้ไปขโมยใคร ไม่ได้คดโกงใคร ไม่ได้หลอกลวงใคร เป็นอาชีพที่บริสุทธิ์

แต่ เธอหารู้ไม่ว่า อาชีพแบบนี้ถึงจะเป็นอาชีพที่บริสุทธิ์แต่ก็มีกรรมชั่วแฝงอยู่ เพราะต้องฆ่าชีวิตอื่น ซึ่งทุกชีวิตก็ล้วนแต่รักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น และกรรมชั่วแบบนี้ถึงแม้จะไม่มีใครเอาผิดได้ หรือไม่มีใคร ทำโทษได้ แต่กฎแห่งกรรมจะเป็นตัวทำงานของมันเอง

การให้ผลของกรรมชั่วนั้น สามารถเกิดขึ้นได้หลายทาง และมักจะเกิดขึ้นในเวลาที่เราไม่ได้ตั้งตัว กรณีของจันทร์เพ็ญก็เช่นเดียวกัน

เย็น วันหนึ่งหลังจากที่ขายปลาเสร็จ เธอก็ขับรถปิ๊กอัพกลับบ้านเหมือนปกติ แต่วันนั้นฝนตกหนักมาก ทำให้ถนนลื่น แต่จันทร์เพ็ญมิได้ชะลอความเร็ว เพราะเห็นว่าเริ่มค่ำมืดแล้ว ดังนั้น เมื่อถึงทางโค้งจึงทำให้รถของเธอเสียหลัก และพลิกคว่ำอย่างไม่คาดคิด ศีรษะของเธอไปกระแทกกับเหล็กอย่างแรง จนกะโหลกยุบ และมีแผลเล็กน้อยที่ศีรษะหลายจุด แต่นับว่าเคราะห์ดีที่เธอยังไม่เสียชีวิต!!
เมื่อครอบครัวของเธอมาเห็นเหตุการณ์ก็ตกใจมาก จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่ก็นับเป็นโชคดีอีกครั้งที่เธอยังไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่ทว่าศีรษะของเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทำให้เธอปวดศีรษะอยู่ตลอดเวลา ยากที่หมอจะเยียวยาให้หายขาดเป็นปกติได้

มา ถึงตอนนี้เธอจึงคิดได้ว่า สาเหตุที่ทำให้เธอเป็นเช่นนี้ต้องเป็นเพราะกรรมที่เธอทุบหัวปลาอยู่ทุกวัน แน่นอน เพราะเหตุการณ์ทั้งสองครั้งที่เธอได้ประสบกับตัวเองนั้น ล้วนแต่เป็นที่ศีรษะ เธอจึงเชื่อว่า กฎแห่งกรรมมีจริงอย่างแน่นอน
จันทร์เพ็ญรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายเดือนกว่าจะกลับมาค้าขายได้ตามปกติ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่า การที่รถของเธอพลิกคว่ำแล้วศีรษะได้รับบาดเจ็บเช่นนั้นจะเป็นผลจากการทุบ ศีรษะปลา เธอคิดว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดาเท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับการฆ่าปลาเลยแม้แต่น้อย

หลัง จากที่เธอเริ่มค้าขายต่อราว 3-4 เดือน ระหว่างนั้นอาการก็ยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันกฎแห่งกรรมก็เริ่มทำหน้าที่ต่อไป ด้วยเรื่องเก่าๆ ซึ่งเธอเอง ลืมไปแล้วว่าเคยมีเรื่องบาดหมางกับใครไว้บ้าง แต่เรื่องนั้นมันก็ผุดขึ้นมาซ้ำเติมชีวิตเธออีก

วันหนึ่งระหว่างที่จันทร์เพ็ญกำลังเตรียมข้าวของจะไปค้าขายที่ตลาด จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งแอบมาด้อมๆ มองๆ อยู่ที่บ้านของเธอ เมื่อเธอเห็นก็เลยตะโกนถามไป แต่ชายคนนั้นไม่ตอบ เธอจึงด่าออกไปอย่างเสียๆหายๆ แต่เสียงด่าของเธอไม่ได้ทำให้ผู้ชายคนนั้นกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันกลับถือไม้ค้อนขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาหาจันทร์เพ็ญอย่างรวดเร็ว จนเธอไม่ทันระวังตัว จะวิ่งหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว ชายหนุ่มใช้ไม้ค้อนกระหน่ำลงไปที่หัวของเธอย่างแรง 2-3 ครั้ง ทำให้เธอทรุดลงทันที!! แล้วมันก็วิ่งหนีไป