กรรมของการฆ่ามดและแมลง

คุณรู้ไหมผลกรรมจากฆ่ามด ฆ่าปลวกและสัตว์เล็กอื่นๆ คืออะไร?

1. เพราะคุณฉีดสารเคมีเข้าไปฆ่ามัน  สารเคมีเหล่านั้นมันจะสะสมไปตามผิวหนังของคุณ  แล้ววันใดวันหนึ่ง  หรือหลายวัน  หรือประจำเลย  คุณจะเกิดอาการแพ้ อาคารผื่นคัน…..นี่เป็นการมองแบบมนุษย์ธรรมดา  ที่ไม่ได้ฝึกจิตจนถอดกายทิพย์ได้ และไม่ได้ปัญญาทางศาสนา

2. แต่ถ้ามองแบบผู้ที่รู้  ถอดกายทิพย์ไปเห็นมา  และมีปัญญาเกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรม  จะรู้ว่าอาการแพ้ อาคารผื่นคันนั้น  เป็นผลมาจากบาปที่เบาบางมากจากการฆ่ามด ฆ่าปลวกและสัตว์เล็กอื่นๆ      ในชาติที่คุณบรรลุธรรมชั้นสูง  หรือชาติที่คุณทำสมาธิกรรมฐาน  วิญญาณมด ปลวกและสัตว์เล็กอื่นๆ ที่คุณฆ่าตาย  จะรวมตัวกัน  แปลงร่างเป็นตัวใหญ่ หรือมาเป็นฝูงใหญ่ มาเข้าฝันคุณ หรือมาทำให้คุณรู้ว่า  คุณต้องแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลจากการทำสมาธิของคุณให้กับพวกมัน

ประสพการณ์จริงทางวิญญาณของผม

1. ใช้หนี้กรรมให้วิญญาณปลวก

3 ปีมานี้ ผมเป็นโรคผื่นคันตามผิวหนังทุกเดือน เดือนละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 3-5 นาที   ทำให้รำคาญนิดหน่อย  ผมรู้ว่าโรคทุกชนิดที่เราเป็น ล้วนเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรทั้งนั้น  ปีที่แล้วผมเลยนั่งสมาธิแล้วแผ่เมตตาอุทิศกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร  ที่ทำให้เกิดโรคผื่นคันตามผิวหนัง  แผ่เมตตาให้ 3 ครั้ง ใน 3 วัน

คืน วันที่ 3 นั้น  ผมนอนอยู่ในภวังค์ไม่ได้หลับสนิท  ปากของกายทิพย์หรือวิญญาณผม  มันอ้าอยู่  แล้วมีวิญญาณปลวกนับเป็นหมื่นเป็นแสนตัว  คลานออกมาจากปากผมไม่ยอมหยุดกว่า 10 วินาที     ตั้งแต่นั้นมา โรคผื่นคันตามผิวหนัง ที่ผมเคยเป็นเดือนละ 2-3 ครั้ง ก็ลดลงฉับพลัน  เป็น 2 เดือน เป็นผื่นคันตามผิวหนังสักครั้งหรือ 2 ครั้ง

2. ใช้หนี้กรรมให้วิญญาณแมลงสาบและสัตว์เล็กต่างๆ

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน  ผมรู้ในจิตว่าน่าจะบรรลุธรรมสูงกว่าโสดาบันแล้ว  เพราะผมอ่านข้อความที่เขาเขียนมาด่าว่าผม  ผมไม่รู้สึกโกรธแต่อย่างใด  ล้อเล่นกับผู้ด่าว่าผมได้สบาย  ช่วงนั้นผมเสียเงินไป 3 แสน ผมก็ไม่รู้สึกเสียดายะไร  รู้ว่ามันเป็นกรรมเก่าของเรา  จิตกับเคราะห์กรรมรู้สึกว่า  มันไม่ผสมรวมกัน  จึงไมทำให้เกิดทุกข์เหมือนในอดีต

ผมเลยทำสมาธิและบอกเจ้ากรรมนายเวร ทั้งหลายว่า  ผมทั้งทำบุญหลายครั้งตามวัด และแผ่เมตตาอุทิศกุศลให้บรรดาเจ้ากรรมนายเวร ที่ส่งผลกรรมมาให้ผมในชาตินี้มาหลายเดือนแล้ว  ในจิตของผมรู้ว่า  กรรมส่วนใหญ่ไม่มีแล้ว  แต่ก็ยังมีเจ้ากรรมนายเวรอีกส่วนหนึ่ง  ยังไม่มารับการแผ่เมตตาอุทิศกุศล   ขอให้เจ้ากรรมเหล่านั้นช่วยแสดงตัวด้วย

คืน นั้น ผมนอนอยู่ในภวังค์  เหมือนกับมีสัตว์ตัวใหญ่หลายตัวมาดันหลังผม  ผมเลยถอดจิตออกไปดู  พบวิญญาณแมลงสาบ+แมลงวัน+สัตว์อีกหลายชนิด  เรียกว่า  พันธ์ผสมปนกันมั่ว อยู่ 4 ตัว  แต่ละตัวตัวใหญ่ขนาดทีวี 19 นิ้วสมัยก่อน  แต่ผมเลิกกลัวสิ่งที่อยู่ในโลกวิญญาณนานแล้ว  ผมเลยเข้าไปหาพวกมัน  แล้วบอกว่าเดี๋ยวผมจะแผ่เมตตาอุทิศกุศลไปให้

แล้วผมก็กลับเข้าร่าง กายเนื้อ  ลุกขึ้นไป “ฉี่” สักนิด  แล้วก็ “ล้างหน้า” สักหน่อย  แล้วก็นั่งสมาธิบริกรรม “รัก เมตตา กรุณา ให้อภัย” สัก 15 นาที   จนจิตสงบนิ่งเข้าสู่ฌาน 4  พอชาร์ตพลังจิตเสร็จ  ผมก็แผ่เมตตาอุทิศกุศลให้บรรดาเจ้ากรรมนายเวร  ที่แปลงร่างมาเป็นสัตว์ประหลาดๆ  และบรรดาเจ้ากรรมนายเวรอื่นๆ ผมก็ขอให้มารับผลบุญนี้ไปด้วย

ผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว  ผมรู้สึกว่าโรคผื่นคันตามผิวหนังของผมหายสนิทเลย  แต่ต้องดูอีกเดือนหนึ่ง  ถ้ายังไม่เป็นโรคผื่นคันตามผิวหนัง  โรคผื่นคันนี้ก็น่าจะเกิดจากการฆ่ามด แมลง สาบ ปลวก ฯลฯ นั่นเอง  เมื่อสัตว์เล็กทุกชนิดผมใช้กรรมให้หมดแล้ว  มันจึงไม่มีโรคผื่นคันตามผิวหนังอีกเลย  ถ้ายังใช้กรรมไม่หมด ใช้เพียงบางส่วน ระยะเวลาการคันมันก็จะน้อยลง

ฟังธรรมแล้วได้บุญ

ศาสนาธรรมสวนานิสงส์ คือ อานิสงส์ของการฟังธรรม หมายถึงผลดีหรือส่วนดีที่เกิดขึ้นทันทีที่คนเรามีความตั้งใจฟังธรรม คือหลักคำสั่งสอนอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ที่พระภิกษุค้นคว้านำมาเทศน์ ปาฐกถา บรรยายหรือบอกเล่ากล่าวสอนในกาลเทศะต่างๆ โดยไม่ต้องรอการให้ผลในชาติหน้า มี 5 ประการ ดังนี้

1. ผู้ฟังธรรมย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟังหมายถึงว่า การฟังธรรมนั้นเป็นการหาความรู้ที่ดีอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวกับหลักพระพุทธศาสนาจากพระภิกษุผู้มีภูมิธรรมศึกษา ปฏิบัติพุทธธรรมตามหลักพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎกอย่างเชี่ยวชาญ พร้อมที่จะนำออกเผยแผ่แก่ประชาชน โดยมีคุณสมบัติของการเป็นนักเทศน์หรือนักสอนธรรมที่ดี

แต่การฟังธรรมนั้น ผู้ฟังจะได้รับอานิสงส์หรือจะสำเร็จ ผลได้อย่างแท้จริง ต้องอาศัยความตั้งใจฟังโดยเคารพ คือมีสติสัมปชัญญะคอยควบคุมจิต ให้มุ่งดำเนินไปตามกระแสธรรมที่พระภิกษุท่านนำมาแสดง ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่างๆจึงจะได้รับอานิสงส์ทั้ง 5 ประการดังที่แสดงมา

แต่หากว่าผู้ฟังแสดงอาการไม่เคารพในการฟัง เช่น ในขณะฟังหรือในขณะที่พระท่านเทศน์ กลับพูดคุยกัน แข่งแย่งกันพูด บ่นว่าปวดเมื่อยหรือรำคาญ แสดงอาการเหม่อ ใจลอย หรือหลับ ไม่ใช้สติปัญญาคิดพิจารณาตามกระแสธรรม การฟังธรรมก็จะไม่สำเร็จประโยชน์เป็นอานิสงส์ใดๆ แก่ผู้ฟังเลย กลับจะทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

โดยเหตุที่ผู้ฟังคือคฤหัสถ์หรือชาวบ้านนั้น เป็นผู้มีโอกาสน้อยที่จะได้ศึกษาค้นคว้าหลักพุทธธรรมในพระไตรปิฎกโดยตรง ดังนั้น จึงต้องอาศัยการฟังจากพระภิกษุที่เมตตาแสดงธรรม

เมื่อตั้งใจฟังธรรมโดยเคารพ อานิสงส์ที่จะได้อย่างแน่นอน เป็นประการแรก ก็คือได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง เพราะพระภิกษุนั้นท่านย่อมจะมีวิธีการนำเสนอหลักธรรมที่ไม่ซ้ำๆ กันอย่างชาญฉลาด พร้อมทั้งให้ข้อคิดความเห็นแปลกๆ ใหม่ๆ โดยปรับปรุงวิธีการเทศน์การสอน ที่ประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ

2. สิ่งใดได้เคยฟังแล้ว แต่ไม่เข้าใจชัด ย่อมเข้าใจสิ่งนั้นชัด หมายความว่า ธรรมข้อใด หรือเรื่องใดที่เคยฟัง มาแล้วจากการแสดงธรรมเป็นต้น ของพระภิกษุในครั้งก่อน แต่ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง เมื่อตั้งใจฟังอีกครั้ง อานิสงส์ที่จะได้อย่างแน่นอนเป็นประการที่ 2 ก็คือความเข้าใจ ชัดแจ่มแจ้ง ซึ่งเป็นการทบทวนความรู้เดิมที่ดีอีกด้วย

3. บรรเทาความสงสัยเสียได้ หมายความว่า ตามปกติ ของผู้ไม่มีโอกาสศึกษาหลักพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง ย่อมจะเกิดความสงสัยในเรื่องนามธรรมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น เรื่องบาป บุญ คุณ โทษเป็นอย่างไร มีผลอย่างไร อะไรเป็นบุญกุศล อะไรคือบาปอกุศล ผลของบาปหรือบุญมีจริงหรือไม่ ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ เป็นต้น ความสงสัยเช่นนี้ จะบรรเทาลงได้ ถ้าตั้งใจฟังธรรม ซึ่งนับเป็นอานิสงส์ประการที่ 3 ที่ผู้ฟังธรรมจะได้รับทันทีเมื่อฟังธรรมจากพระภิกษุผู้มีความสามารถในการ เทศน์ ซึ่งจะอธิบายเรื่องที่เป็นนามธรรม ด้วยการสาธกยกอุปมาเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย

4. ทำความเห็นให้ถูกต้องได้ หมายถึงว่า เพราะคฤหัสถ์ ชาวบ้านบางคนได้นับถือพระพุทธศาสนาตามที่บรรพบุรุษนับถือมา ดังนั้น จึงอาจจะมีความคิดเห็นที่ผิดจากทำนองคลองธรรมได้ เช่น เห็นว่าทำดีเมื่อไม่มีคนเห็น ก็ไม่ได้รับผลดี หรือเห็นว่าจะดีหรือชั่ว ก็แล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิต เป็นต้น

การมีความคิดเห็นเช่นนี้จะถูกทำลายลงได้ คือเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิ ก็ต่อเมื่อตั้งใจฟังธรรมโดยเคารพ จากพระภิกษุผู้มีความสามารถในการแสดงธรรม ที่จะพรรณาสาธกยกเหตุผลประกอบจนผู้ฟังนั้นคล้อยตาม ปรับความเห็นให้ถูกต้องอย่างปราศจากข้อโต้แย้งในใจ

5. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส หมายถึงว่า การตั้งใจฟังธรรมนั้น ท่านจัดเป็นส่วนหนึ่งของการภาวนา คือการฝึกอบรมพัฒนาจิตให้ เกิดปัญญา เพราะเมื่อตั้งใจฟัง จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส อันเป็นคุณสมบัติของสมาธิจิต เมื่อจิตผ่องใสตั้งมั่นเป็นสมาธิ ย่อมมีพลานุภาพที่จะคิดอ่านทำการต่างๆ อย่างสร้าง สรรค์ด้วยปัญญา สามารถที่จะรู้และเข้าใจธรรมต่างๆ ที่ลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพได้ง่าย และอานิสงส์ข้อนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากอานิสงส์ทั้ง 4 ข้อดังกล่าวมา

พระพุทธศาสนาได้ให้ความสำคัญต่อการฟังธรรมเป็น อย่างมาก เพราะการฟังธรรมเป็นเหตุให้เกิดปัญญา ที่เรียกว่า สุตมยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจากการฟังธรรม ข้อนี้มีพระพุทธภาษิตตรัสรับรองไว้ว่า สุสฺสุสํ ลภเต ปัญญํ ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา

การ ฟังธรรมท่านจัดเป็น 1 ในบุญกิริยาวัตถุ 10 (ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการฟัง) ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่ง ความดีในการพัฒนาตนให้มีความคิดสติปัญญาที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฏฐิ และเจริญงอกงามในพุทธธรรมต่อไป

ความไม่หลุดพ้น

 

เมื่อบุคคลตรัสรู้อริยสัจจ์ 4 ประชุมลงในขณะจิตอันเดียวได้แล้วชื่อว่า เป็นผู้ละสักกายทิฏฐิ เมื่อบุคคลใดมาเข่นฆ่า ซึ่งอัตตานุทิฏฐิ คือความเห็นผิดว่าเป็นอัตตาตัวตนลงเสียได้แล้วก็จะพึงเป็นบุคคลผู้ข้ามมฤตยู ความตายเสียได้ เอวํ โลกํ อเวกขนตํ มจจุราชา น ปสสติ เมื่อบุคคลมาเห็นซึ่งโลกทั้งหลาย คือขันธโลก อายตนโลก และธาตุโลก โดยความเป็นของสูญ สังหารอัตตานุทิฏฐิลงเสียได้อย่างนี้ มฤตยุราช คือความตายย่อมไม่เห็น เพราะบุคคลผู้นั้นพ้นสัตว์วิสัยเสียแล้ว มัจจุราชย่อมไม่เห็นซึ่งผู้นั้น ผู้นั้นย่อมถึงพระนิพพานธรรมอันเป็นวิสัยแห่งมฤตยูราช ล่วงวิสัยมฤตยูราชเสียได้ด้วยประการฉะนี้ฯ2. อวดอุตริ ชัดๆๆ …… ผู้ที่อวดอุตริจะไม่เข้าใจพระธรรมของพระพุทธเจ้า เช่นคุณนั่นแหละ อวดอุตริ
ถ้า เป็น พระ ก็ อรัชชี ถ้าเป็น ปถุชน ก็คือ คนบ้า……งั้้นพระพุทธเจ้าก็ต้องเป็นอลัชชี และเป็นคนบ้าเลยล่ะซิ เพราะผมเข้าใจเหมือนกับท่านดูกร ภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะที่ตั้งแห่งทิฏฐิเหล่านี้ บุคคลถืออย่างนั้นแล้ว ยึดอย่างนั้นแล้ว ย่อมมีคติอย่างนั้น มีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น และตถาคตย่อมรู้ชัดยิ่งกว่านั้นทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่นก็ทราบความเกิดขึ้น ความดับไป คุณและโทษของเวทนาทั้งหลาย กับทั้งอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริง จึงทราบความดับได้เฉพาะตน เพราะไม่ยึดมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น.บอกว่า เทรวาทไม่ดี แต่ก็อ้าง หลวงปู่มั่น
หลวงปู่มั่นสอนถูกแล้วครับ ไม่ยึดมั่นใน ตัวกุของกุ ละอุปทาน
แต่คุณ อะเอาคำสอน พระอริยะมาอ้างไม่รู้จริง เอาทำสอน ตัดเอาตรงนั้น ตรงนี้มาต่อ
หลอกลวงคนอื่น
เพี้ยน ยังไม่รู้ตัวว่า เพี้ยนครับ

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ จำผมได้ไหม
2. อวดอุตริ ชัดๆๆ …… ผู้ที่อวดอุตริจะไม่เข้าใจพระธรรมของพระพุทธเจ้า เช่นคุณนั่นแหละ อวดอุตริ
ถ้า เป็น พระ ก็ อรัชชี ถ้าเป็น ปถุชน ก็คือ คนบ้า……งั้้นพระพุทธเจ้าก็ต้องเป็นอลัชชี และเป็นคนบ้าเลยล่ะซิ เพราะผมเข้าใจเหมือนกับท่าน

เหิมเกริมไปแล้วมั้งครับ เอาพระพุทธเจ้ามาเทียบกับตนเอง
คนที่ไม่เข้าใจพระพุทธเจ้าคือ คุณครับ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่านั้น มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย
มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ด้วยเหตุ ๑๖ ประการนี้แล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย
มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด
ย่อมบัญญัติด้วยเหตุ ๑๖ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี.

คุณ มันก็เหมือน พราหม์พวกนั้นครับ ที่ยึดในอัตตา

แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

ตถาคต ย่อมรู้ชัดยิ่งกว่านั้นทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่นก็ทราบความเกิดขึ้น ความดับไป คุณและโทษของเวทนาทั้งหลาย กับทั้งอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริง จึงทราบความดับได้เฉพาะตน เพราะไม่ยึดมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น.

ชัดไหมครับ ตถาคต ไม่ยึดมั่นจึงหลุดพ้น

นิพพานไม่ใช่ อัตตา

อุโบสถศีล คืออะไร

บรรดา คนร่ำรวยที่สุดในโลก มหาเศรษฐี มีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลเพียงใดก็ตาม ความร่ำรวยเหล่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับทรัพย์สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ์แล้ว ย่อมเป็นของเล็กน้อย ทรัพย์สมบัติของเศรษฐีทุกคนในโลกรวมกัน ก็ไม่เท่าทรัพย์สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ์

ทรัพย์สมบัติของพระเจ้า จักรพรรดิ์ เมื่อเปรียบเทียบกับผลของการรักษาอุโบสถศีล ย่อมเป็นของเล็กน้อย คือ ไม่ถึงเสี้ยวที่ 16 ของผลบุญที่เกิดจากการรักษาอุโบสถศีล

เพราะ สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ์เป็นสมบัติมนุษย์ เป็นสมบัติหยาบ เป็นความสุขหยาบ ใช้เวลาเสวยอย่างมากไม่เกินร้อยปี แต่ผลของอุโบสถศีล เป็นเหตุให้ได้สมบัติทิพย์ ความสุขก็เป็นทิพย์ด้วย การเสวยสมบัติทิพย์ กินเวลายาวนานเป็นกัปป์เป็นกัลป์ บางทีเป็นนิรันดร์(นิพพานสมบัติ)

ความมหัศจรรย์แห่งอุโบสถศีล
นาง เอกุโปสติกาภิกษุณี ออกบวชเมื่ออายุได้ 7 ปี บวชแล้วไม่ทันถึงครึ่งเดือน นางก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ หมดสิ้นอาสวะกิเลส ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

.. หลายคนสงสัยว่า เหตุใดนางจึงได้บรรลุธรรมรวดเร็วอย่างนั้น
นาง จึงเล่าประวัติ การเวียนว่ายตายเกิดของนางว่า เมื่อ 91กัปป์ที่ผ่านมา มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกมาแล้ว 7 พระองค์ คือ พระวิปัสสีพุทธเจ้า พระสิขีพุทธเจ้า พระกกุสันโธพุทธเจ้า พระโกนาคมโนพุทธเจ้า พระกัสสปะพุทธเจ้า และพระโคตมะพุทธเจ้า ของเราในสมัยนี้
ในสมัยพระเจ้าวิ ปัสสีพุทธเจ้า นางเอกุโปสติกาภิกษุณี เกิดเป็นหญิงรับใช้ของพระเจ้าพันธุมมะ ผู้ครองนครพันธุมดี นางได้เห็นพระเจ้าพันธุมมะ พร้อมด้วยอำมาตย์ ข้าราชบริพาร ทรงสละราชกิจมาสมาทานรักษาอุโบสถศีลในวันพระ นางคิดว่า อุโบสถศีลนี้ น่าจะเป็นของดีวิเศษ เจ้าฟ้ามหากษัตริย์จึงสนใจสมาทานรักษาเป็นประจำ นางคิดได้ดังนี้ จึงศึกษา และทำใจร่าเริงสมาทานรักษาอุโบสถศีลเป็นประจำทุกวันพระ

ผลของการรักษาอุโบสถศีล

ทำ ให้นางได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ มีวิมานอันสวยงาม มีนางฟ้าแสนนางเป็นบริวาร มีผิวพรรณผุดผ่องดั่งทองคำ มีความงามยิ่งกว่านางฟ้าอื่นๆ ระหว่างที่นาง ยังท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ไม่ว่าจะเกิดในภพใดชาติใด นางจะเป็นผู้ประเสริฐในที่ทุกสถานทุกภพทุกชาติ ได้ที่อยู่อาศัยเป็นเรือนยอดปราสาทมณฑป ได้ดอกไม้เครื่องหอม เครื่องลูบไล้ ของกินของใช้ไม่เคยอดอยาก ภาชนะเครื่องใช้ทำด้วยเงินทองแก้วผลึกแก้วปทุมราช ผ้าไหมผ้าฝ้ายผ้าเปลือกไม้ล้วนแต่งามวิจิตรมีราคาสูง พาหนะ ช้าง ม้า รถ มีครบบริบูรณ์ ทุกอย่างเป็นผลบุญที่เกิดขึ้นจากการรักษาอุโบสถศีลในวันพระของนาง ตลอดเวลา 91กัปป์ นางมิได้ไปเกิดในทุคติภูมิเลย

พระพุทธองค์ตรัสว่า ” ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อุโบสถศีลประกอบด้วยองค์แปดที่บุคคลสมาทานรักษาแล้วย่อมมีผลยิ่งใหญ่ มีอานิสงส์มหาศาล มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก มีผลอานิสงส์แผ่ไพศาลมาก “

อุโบสถศีล เลิศกว่าสมบัติพระเจ้าจักรพรรดิ์

 

ดัง นั้น ชาย หญิงทั้งหลาย ผู้ได้สมาทานรักษาอุโบสถศีลย่อมได้ชื่อว่า ทำความดีอันมีความสุข เป็นกำไร ไม่มีคนดีที่ไหนจะติเตียนได้ เมื่อสิ้นชีพไปแล้วย่อมเข้าถึงสวรรค์หกชั้น ชั้นใดชั้นหนึ่ง

วิธีการรักษาอุโบสถศีล
เมื่อ วันพระเวียนมาถึง ให้ทำความตั้งใจว่า วันนี้เราจะรักษาอุโบสถศีล เป็นเวลาสิ้นวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง คือตั้งแต่เช้าวันพระจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น

เจตนาละเว้นจากความชั่วทางกายวาจานั้นแลคือตัวศีล

โดย ปกติ วันพระ อุบาสก อุบาสิกา จะพากันไปสมาทานอุโบสถศีลที่วัด พักอาศัยอยู่ที่วัดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ถ้าไม่ได้ไปวัดก็ให้ทำสมาทานวิรัติ หรือเจตนาวิรัติอุโบสถศีลเอาเอง

สมาทานวิรัติ คือ ตั้งใจสมาทานศีลด้วยตนเอง จะรักษากี่วัน กำหนดเอง เว้นจากข้อห้ามของศีลเสียเอง

เจตนาวิรัติ คือ เพียงแต่มีเจตนาเว้นจากข้อห้ามที่ใจเท่านั้น ก็เป็นศีลแล้ว ไม่ต้องใช้เสียงก็ได้

สมาทานวิรัติ ดังนี้
เจต นาหัง ภิกขะเว สีลังวันทามิ สาธุ สาธุ สาธุ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระอริยสงฆ์ ตั้งแต่เวลานี้ไปจนถึง… ข้าฯ จะตั้งใจรักษาอุโบสถศีล อันประกอบไปด้วยองค์แปดประการ คือ

1. ปานาติปาตา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการฆ่าสัตว์ คือไมทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป เป็นการลดการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

2. อทินนาทานา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการลักทรัพย์ คือไม่ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้ เป็นการลดการเบียดเบียน ทรัพย์สินของผู้อื่น

3. อพรหมจริยา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการประพฤติอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ คือ ไม่เสพเมถุนล่วงมรรคใดมรรคหนึ่ง (ถ้าไม่แตะต้องกายเพศตรงข้าม และไม่จับของต่อมือกันจะช่วยให้การฝึกสติสัมปชัญญะดียิ่งขึ้น)

4. มุสาวาทา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการพูดปด คือ พูดไม่ตรงกับความจริง

5. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการดื่มสุราเมรัยของมึนเมาเสียสติ อันเป็นเหตุของความประมาทมัวเมา

6. วิกาลโภชนา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการดื่มกินอาหารในเวลาหลังเที่ยงไปแล้วจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นการลดราคะกำหนัด และลดความง่วงเหงาหาวนอน

7. นัจจคีตวา ทิตตะวิสูกะทัสสะนะ มาลาคันธวิเลปานะ ธารณะ มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการดูละครฟ้อนรำขับร้องประโคมดนตรี ทัดทรงดอกไม้ลูบไล้ของหอม เครื่องย้อมเครื่องทา เครื่องประดับตกแต่งต่างๆ อันปลุกเร้าราคะ กำหนัดให้กำเริบ

8. อุจจา สะยะนะ มะหาสะยะนา เวรมณี ข้าฯ จะเว้นจากการนั่งนอนเครื่องปูลาด อันสูงใหญ่ ภายในยัดด้วยนุ่นหรือสำลี และวิจิตรงดงามต่างๆ เป็นการลดการสัมผัสอันอ่อนนุ่มน่าหลงไหล อดความติดอกติดใจสิ่งสวยงาม มีกิริยาอันสำรวมระวังอยู่เสมอ

ข้าฯ สมาทานวิรัติ ซึ่งอุโบสถศีล อันประกอบด้วยองค์แปดประการนี้ เพื่อจะรักษาไว้ให้ดีมิให้ขาด มิให้ทำลาย สิ้นวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ณ เพลาวันนี้ ขอกุศลส่วนนี้ จงเป็นอุปนิสัยเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ สาธุ

เมื่อ วิรัติศีลแล้ว พึงรักษา กาย วาจา เว้นการกระทำ ตามที่ได้ตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้จนสิ้น กำหนดเวลา พยายามรักษากาย วาจา มั่นอยู่ในศีล อย่าให้ศีลข้อใดข้อหนึ่งขาด หรือทะลุด่างพร้อยมัวหมอง ถ้ากระทำบ่อยๆ และต่อเนื่องยาวนาน ศีลจะอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิ สมาธิจะอบรมปัญญาให้แก่กล้า สามารถรู้ธรรมเห็นธรรม บรรลุมรรคผลนิพพานได้..

ปัญหา ในการรักษาศีล 8
คือ กลัวไม่ได้กินอาหารเย็น กลัวหิว กลัวเป็นโรคกระเพาะ กลัวรักษาศีลไม่ได้แล้วจะยิ่งบาป

ที่จริงแล้ว ผู้รักษาศีล 8 สามารถรับประทาน

น้ำปานะ คือ น้ำที่ทำจากผลไม้ ขนาดเล็กเท่าเล็บเหยี่ยว ขนาดใหญ่ไม่เกินส้มโอตำ หรือ คั้นผสมน้ำกรองด้วยผ้าขาวบางให้ดี 8 ครั้ง ผสมเกลือและน้ำตาล พอได้รส หรือ รับประทาน

เภสัช 5 อย่าง คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย(น้ำตาล)
นอกจากนี้ยังรับประทานสิ่งที่เป็นยาวชีวิก ได้โดยไม่จำกัดกาล คือ รับประทานเป็น

ยาได้แก่ รากไม้ เช่น ขมิ้น ขิง ข่า ตะใคร้ ว่านน้ำ แฝก แห้วหมู
น้ำฝาด เช่น น้ำฝาดสะเดา ใบมูกมัน ใบกระดอม ใบกะเพราหรือแมงลัก ใบฝ้าย ใบชะพลู ใบบัวบก ใบส้มลม
ผลไม้ เช่น ลูกพิลังกาสา ดีปลี พริก สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม ผลแห่งโกฐ รวมยางไม้จากต้นหิงค์และเกลือต่างๆ

การทำวิปัสสนาภาวนา

ผลที่ต้องการจาก สมถะตามหลักพุทธศาสนา คือการสร้างสมาธิเพื่อใช้เป็นบาทฐานวิปัสสนา จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาสำเร็จด้วยวิปัสสนา  คือการฝึกอบรมปัญญาที่มีสมาธินั้นเป็นบาทฐาน   หาก บรรลุจุดหมายสูงสุดด้วยและยังได้ผลพิเศษแห่งสมถะด้วย ก็จัดว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติพิเศษได้รับการยกย่องนับถืออย่างสูง แต่หากบรรลุจุดหมายแห่งวิปัสสนาอย่างเดียวไม่ได้ผลวิเศษแห่งสมถะ  ก็ยังเลิศกว่าได้ผลวิเศษแห่งสมถะคือได้ฌานสมาบัติและอภิญญา ๕  แต่ยังไม่พ้นจากอวิชชาและกิเลสต่าง ๆ   ไม่ต้องพูดถึงจุดหมายสูงสุด  แม้แต่เพียงขั้นสมาธิ  ท่านก็กล่าวว่า พระอนาคามีถึงแม้จะไม่ได้ฌานสมาบัติ   ไม่ได้อภิญญา   ก็ชื่อว่าเป็นผู้บำเพ็ญสมาธิบริบูรณ์[16]  เพราะสมาธิของพระอนาคามีผู้ไม่ได้ฌานสมาบัติ  ไม่ได้อภิญญานั้น แม้จะไม่ใช่สมาธิที่สูงวิเศษอะไรนักแต่ก็เป็นสมาธิที่สมบูรณ์ในตัวยั่งยืนคง ระดับ มีพื้นฐานมั่นคง[17] เพราะไม่มีกิเลสที่จะทำให้เสื่อมถอยหรือรบกวนได้ ตรงข้ามกับสมาธิของผู้เจริญสมถะอย่างเดียวจนได้ฌานสมาบัติและอภิญญา แต่ไม่ได้เจริญวิปัสสนาไม่ได้บรรลุมรรคผล  แม้สมาธิ นั้นจะเป็นสมาธิขั้นสูงมีผลพิเศษ แต่ก็ขาดหลักประกันที่จะทำให้ยั่งยืนมั่นคง ผู้ได้สมาธิอย่างนี้ถ้ายังเป็นปุถุชนก็อาจถูกกิเลสครอบงำทำให้เสื่อมถอยได้

วิปัสสนาภาวนา

วิปัสสนา   แปลว่า   เห็นประจักษ์แจ้งพระไตรลักษณ์ในรูปที่เห็น   เสียงที่ได้ยิน  อาการที่เคลื่อนไหว ใจที่คิด เป็นต้น    เป็นวิธีการปฏิบัติที่จะนำกายและใจของผู้ปฏิบัติให้เข้าถึงสภาวดับ สงบเย็น(นิพพาน)ได้[18]   ถ้าต้องการสุขแท้ สุขถาวรที่ไม่กลับมาทุกข์อีกก็ต้องดำเนินไปตามหนทางนี้เท่านั้น ไม่มีทางอื่น[19]

ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติหลายท่าน    คิดว่า   ?การปฏิบัติสมถกรรมฐานดีกว่า   วิปัสสนากรรมฐาน เพราะสมถะฝึกแล้วทำให้เหาะได้  รู้ใจคนอื่นได้ เสกคาถาอาคม ได้   ส่วนวิปัสสนาทำไม่ได้?   แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้ปฏิบัติสมถกรรมฐานก็ยังเป็นเพียงปุถุชนที่ยับต้องเวียนว่ายตายเกิดใน ๓๑ ภูมิ หาที่สุดของภพชาติไม่ได้   ยังต้องตกอบาย ทรมานในนรกอีก   ส่วนผู้ปฏิบัติวิปัสสนานั้น ถึงแม้จะเหาะไม่ได้  เสกคาถาไม่ขลัง      แต่เมื่อบรรลุได้เพียงขั้นโสดาบันเท่านั้น ก็จะเหลือภพชาติเพียง ๗ ชาติเป็นอย่างยิ่ง   และตั้งแต่ชาตินี้เป็นต้นไปจะไม่ตกอบายอีกเลย  ไม่ว่าในอดีตเคยทำบาปอกุศลไว้มากมายปานใดก็ตาม  จะไม่ตกนรกอีกแล้ว..

คัมภีร์พระอภิธัมมสังคณี ได้ให้ความหมายของวิปัสสนาไว้ว่า
กตมา ตสฺมึ สมเย  วิปสฺสนา  โหติ  ยา  ตสฺมึ สมเย  ปญฺญา  ปชานานา   วิจโย   ปวิจโย  ธมฺมวิจโย สลฺลกฺขณา   อุปลกฺขณา   ปจฺจุปลกฺขณา   ปณฺฑิจฺจํ  โกสลฺลํ   เนปุญฺญํ   เวภพฺยา  จินฺตา    อุปปริกฺขา   ภูรีเมธา ปริณายิกา  วิปสฺสนา  สมฺปชญฺญํ   ปโตโท   ปญฺญา   ปญฺญินฺทฺริยํ   ปญฺญาพลํ   ปญฺญาสตฺถํ   ปญฺญาปาสาโท ปญฺญาอาโลโก  ปญฺญาโอภาโส   ปญฺญาปชฺโชโต  ปญฺญารตนํ  อโมโห   ธมฺมวิจโย  สมฺมาทิฏฐา   อยํ   ตสฺมึ สมเย  วิปสฺสนา  โหติ[20] ฯ
วิปัสสนาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน   คือ ปัญญา   กิริยาที่รู้ชัด   ความวิจัย ความเลือกสรร  ความวิจัยธรรม   ความกำหนดหมาย   ความเข้าไปกำหนด   ความเข้าไปกำหนดเฉพาะ ภาวะที่รู้   ภาวะที่ฉลาด  ภาวะที่รู้ละเอียด  ความรู้อย่างแจ่มแจ้ง  ความค้นคิด   ความใคร่ครวญ  ปัญญาเหมือนแผ่นดิน  ปัญญาเครื่องทำลายกิเลส   ปัญญาเครื่องนำทาง   ความเห็นแจ้ง  ความรู้ดี ปัญญาเหมือนรัตนะ   ความไม่หลงงมงาย   ความเลือกเฟ้นธรรม สัมมาทิฎฐิ  ในสมัยนั้น นี้ชื่อว่า วิปัสสนา  ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
การ เจริญภาวนา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ?กรรมฐาน? เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีอยู่ในจักรวาลเหมือนกับศาสตร์อื่น ๆ อย่างเช่น  ฟิสิกส์  คณิตศาสตร์  ต่างกันแต่ศาสตร์นี้ต้องวิจัยในห้องแลปคือจิตล้วน ๆ และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ความหลุดพ้นจากทุกทั้งปวง  ศาสตร์นี้เป็นกลไกที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ยากที่มนุษย์จะเข้าถึงได้  สิ่งที่สามารถเข้าถึงและแทงตลอดกฎเกณฑ์นี้ได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือจิตที่ทรงพลานุภาพมหาศาล  ซึ่งตามธรรมดาแล้วมนุษย์ล้วนมีจิตกันทุกคน แต่จิตธรรมดาจะกลายเป็นจิตที่ทรงพลานุภาพได้นั้นต้องอาศัยการบ่มเพาะเป็น เวลานาน   คัมภีร์อรรถกถาบอกว่าต้องใช้เวลาถึง ๔ อสงไขยกับแสนกัปเลยทีเดียว[2]    ด้วยเหตุนี้เอง นาน ๆ จึงจะมีดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิสักครั้งหนึ่ง โลกใบนี้อุบัติมาแล้วประมาณ ๔,๖๐๐ ล้านปีซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมาก  แต่ดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิแค่เพียง ๔ ครั้งเท่านั้น[3]   ครั้งสุดท้ายมาปฏิสนธิ เมื่อประมาณ ๒,๖๐๐ ปีก่อนนี้เอง ผู้นั้นเราเรียกกันว่า ?พระสัมมาสัมพุทธเจ้า?

เรื่องการเจริญภาวนา หรือปฏิบัติกรรมฐานนี้ มนุษย์ทั่วโลกได้พยายามค้นคว้าและเข้าถึงมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยสั่งสมบุญบารมีมาไม่เพียงพอจึงเข้าถึงได้เพียงบางส่วน   คนกลุ่มนั้นก็คือพวกฤษีและศาสดาต่าง ๆ พวกท่านสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้  มีฤทธิ์เดชมากมาย  แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดกิเลสในจิตให้หมดสิ้นไปได้[4] ยังมีความโลภ โกรธ เกลียดอยู่  ท่านเหล่านี้เข้าถึงได้เพียงแค่ระดับฌานสมาบัติเท่านั้น ยังไม่สามารถเข้าถึงวิปัสสนาปัญญา บรรลุมรรค ผล นิพพานได้[5]

หลัง จากเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช พระองค์ได้ไปศึกษาศาสตร์นี้จากสำนักฤษีต่าง ๆ ที่ มีอยู่ในสมัยนั้นจนหมดความรู้อาจารย์ แต่เมื่อออกจากสมาธิกิเลสตัณหาก็ยังมีอยู่ ยังมีความกลัวความกังวลอยู่ พระองค์จึงตัดสินพระทัยศึกษาค้นคว้าหาวิธีดับทุกข์ด้วยพระองค์เองด้วยการ เจริญวิปัสสนาภาวนา[6]

การเจริญภาวนา  ๒ แบบ

การเจริญภาวนา หรือการปฏิบัติกัมมัฏฐานในพระพุทธศาสนา มีอยู่  ๒  ประการ

๑.   สมถภาวนา(Development of Tranguility)หรือ สมถกรรมฐาน (Concentration Meditation)   คือการฝึกอบรมจิตให้เกิดความสงบ  ได้แก่ หลักหรือวิธีปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสงบทางจิตใจ หรือการทำจิตใจให้เป็นสมาธิความมั่นคงนั่นเอง[7]

๒. วิปัสสนาภาวนา (Development of Insight) หรือ วิปัสสนากรรมฐาน (Insight Meditation)  คือ การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งตามความเป็นจริง[8] ได้แก่ หลักหรือวิธีปฏิบัติเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริงในรูปนาม ขันธ์ ๕ ว่า เป็นสภาวะที่ไม่เที่ยง(อนิจจัง) เป็นทุกข์ ทนได้ยาก (ทุกขัง) เป็นสภาวะที่ไม่ใช่บุคคล ตัวตน เราเขา บังคับบัญชาไม่ได้ (อนัตตา) เรียกว่า วิปัสสนา[9]

ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติหลายท่าน คิดว่า   ?การปฏิบัติสมถภาวนาดีกว่าวิปัสสนาภาวนา เพราะสมถฝึกแล้วทำให้เหาะได้  รู้ใจคนอื่นได้  เสกมนต์คาถาอาคมได้  ส่วนวิปัสสนาล้วน ๆ ทำไม่ได้?  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม   ผู้ปฏิบัติสมถกรรมฐานก็ยังเป็นเพียงปุถุชนที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดใน ๓๑ ภูมิ หาที่สุดของภพชาติไม่ได้   ยังต้องตกอบาย ทรมานในนรกอีกนับชาติไม่ถ้วน      ส่วนผู้ปฏิบัติวิปัสสนานั้น  ถึงแม้จะเหาะไม่ได้  เสกคาถาไม่ขลัง   แต่ก็เหลือภพชาติเพียงแค่ ๗ ชาติเป็นอย่างยิ่ง และตั้งแต่ชาตินี้เป็นต้นไปก็จะไม่ตกอบายอีกเลย   ไม่ว่าในอดีตจะเคยทำบาปอกุศลไว้มากมายปานใดก็ตาม

ผลจากสมถะไม่ว่าจะ เป็นฌานสมาบัติหรืออภิญญาก็ตาม ยังเป็นเพียงโลกีย์[10] เป็นของปุถุชน เสื่อมถอยได้  เช่น ฤทธิ์ที่พระเทวทัตได้[11] เจโตวิมุตติของพระโคธิกะ[12]  และฌานสมาบัติของพระภิกษุสามเณร ฤาษีและคฤหัสถ์  บางท่านที่มีเรื่องเล่าต่อกันมาในคัมภีร์ต่างๆ เป็นของมีมาก่อนพุทธกาล   เช่น   อาฬารดาบสกาลามโคตรได้ถึงอรูปฌานที่ ๓  อุททกดาบสรามบุตร[13]ได้ถึงอรูปฌานที่ ๔เป็นต้น[14] เป็นของมีได้ในลัทธิภายนอกพระพุทธศาสนา  มิใช่จุดหมายของพระพุทธศาสนา   เพราะไม่ทำให้หลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ได้อย่างแท้จริง    นักบวชบางลัทธิทำสมาธิจนได้ฌาน ๔   แต่ยังมีมิจฉาทิฏฐิเกี่ยวกับเรื่องอัตตาและยึดถือในฌานนั้นว่าเป็นนิพพาน ก็มี[15]    ลัทธิเช่นนี้พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธ
คัมภีร์อรรถกถา ให้ความหมาย ว่า วิปัสสนา    คือ   การเห็นแจ้ง หรือวิธีทำให้เกิดการเห็นแจ้ง  วจนัตถะว่า   อนิจฺจาทิวเสน  วิวิเธน  อากาเรหิ  ธมฺเม  ปสฺสตีติ  วิปสฺสนา[21]

ปัญญาใด  ย่อมเห็นสังขตธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยอาการต่างๆมีความไม่เที่ยงเป็นต้น ฉะนั้น ปัญญานั้น ชื่อว่า วิปัสสนา

คัมภีร์อรรถกถาให้ความหมายไว้ดังนี้

อรรถกถาอังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ให้ความหมายว่า ปัญญาที่กำหนดรู้สังขาร[22]

อรรถกถา อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ให้ความหมายว่า การใคร่ครวญธรรม  หมายถึง การเพ่งพินิจพิจารณาเห็นธรรมโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์  เป็นอนัตตา[23]

คัมภีร์ฎีกาอธิบายอีกว่า วิปัสสนา  คือ  ความรู้ที่ทำให้เกิดความเห็นแจ้ง  เข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง[24]

พระ ราชวรมุนี (ป.อ.ปยุตฺโต)ให้ความหมายว่า วิปัสสนา คือ  ข้อปฏิบัติต่างๆ ในการฝึกฝนอบรมปัญญาให้เกิดความเห็นแจ้งรู้ชัดสิ่งทั้งหลายตรงต่อสภาวะของ มัน คือให้เข้าใจตามความเป็นจริง  หรือ ตามที่สิ่งเหล่านั้นมันเป็นของมันเอง (ไม่ใช่เห็นไปตามที่เราวาดภาพให้มันเป็นด้วยความชอบความชัง ความอยากได้ หรือ ความขัดใจของเรา) รู้แจ้งชัดเข้าใจจริง จนถอนความหลงผิดรู้ผิดและยึดติดในสิ่งทั้งหลายได้ ถึงขั้นเปลี่ยนท่าทีต่อโลกและชีวิตใหม่ทั้งท่าทีแห่งการมอง การรับรู้ การวางจิตใจและความรู้สึกทั้งหลาย ความรู้ความเข้าใจถูกต้องที่เกิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างการปฏิบัตินั้น เรียกว่า ญาณ มีหลายระดับญาณสำคัญในขั้นสุดท้ายเรียกว่า วิชชา เป็นภาวะตรงข้ามที่กำจัดอวิชชา คือความหลงผิดไม่รู้แจ้งไม่รู้จริงให้หมดไป  ภาวะจิตที่มีญาณหรือวิชชานั้น  เป็นภาวะที่สุขสงบผ่องใสและเป็นอิสระ  เพราะลอยตัวพ้นจากอำนาจครอบงำของกิเลส  เช่น  ความชอบความชังความติดใจและความขัดใจเป็นต้นไม่ถูกบังคับหรือชักจูงโดยกิเลส เหล่า นั้น  ให้มองเห็นหรือรับรู้สิ่งต่าง ๆอย่างบิดเบือน  จนพาความคิดและการกระทำที่ติดตามมาให้หันเหเฉไปและไม่ต้องเจ็บปวดหรือเร่า ร้อนเพราะถูกบีบคั้นหรือต่อสู้กับกิเลสเหล่านั้น  ญาณและวิชชา  จึงเป็นจุดมุ่งของวิปัสสนา เพราะนำไปสู่วิมุตติ คือความหลุดพ้นเป็นอิสระที่แท้จริงซึ่งยั่งยืนถาวร     ท่านเรียกว่า  สมุจเฉทนิโรธ   หรือสมุจเฉทวิมุตติ   แปลว่า  ดับกิเลส  หรือหลุดพ้นโดยเด็ดขาด[25]

The recitals

กรรม

I did the same thing. If the girl I love. If you do not like to disagree with this objection was not resumed. He would love for him to be satisfied until. Until that happens, it will damage it .. I know it’s wrong to. But it’s wrong to do it to the position it was not. This is a simple example. What is the diagnosis. Be diagnosed by carrying out a large I usually can. Bias arises in the mind. This is called ฉantacti. I hate the place. We do not like it. Do not like it when people do not have a resolution that is not bad is it altogether.

The resolution in the case. It has a base that is like. I do not like that it is. The sake of the example as well. I love that it is selfish like that. It’s a pleasure to enjoy the best. I want to get involved in another one that I do not like I do not appreciate what he was doing was not my mood. I hate it. The bias that occurs immediately. That does not apply. Action is not valid. Although it was not to be. But if you did not go ahead. Adgtikieแpaale ever called. I have the same. I hate to call it biased.

Biased because of fear. Some fear that this decision is influenced him. He feared henchmen. I was afraid of the big powers. The diagnosis is usually built into the fear. To provide a safe Selfishness is the same. Put into use again. What is the diagnosis was wrong and it was not exactly the truth. This is called biased because of the fear.

This selfishness. I’m saying it. What they often turn to the subject. Because it is important. The base of both the good and the bad people. If it’s in the bad. That’s a selfish element. To make people think it’s wrong to commit to anything. In ways that are damaged. Because of the selfishness that has happened before. If not selfish. Is seen in the fact that Dharma. It would not be wrong. Because the Dharma. I think it will be like. Target. I have to get involved. Thought to be caused by it.

For a simple example, that the “A.” This is the one. Then that person to act for him as one. Most of the people he saw that it was not any different, but not with the “J” did not think so. Did not see in it. To say that he was so good as well as the “Republic” was organized under the patronage of the then hold up in a variety of ailments. He helps his mother died. Funeral for his help. That has suffered distress, ran to assist. Help and support are a bunch of his mind, “a” for the love and respect that person. But do not think that what we have, it is a matter of individual Or the public. The only think that I was good at it. What is he doing to the damage that was wrong. Back out of sight. I can not see. Because it overcomes prejudice.

Bias is bias when it happens. Because it is biased. Called ฉantacti, I hate bias. Call it hate, fear and prejudice. Called prejudice, bias due to ignorance. Called intolerance.

4 The objective of this one. If it happens in the mind of any person. The person must continue to decline. Why the Great Depression. I think it’s wrong to say that the criminal association, they are pebble stones go wrong with. This is the base for the four bias in mind. Otherwise, it will happen, it will tilt the bias that exists as we have love, we have to look at the positive. Useful to them. Anyone that does not agree.

Suppose that a young girl has a crush on each other. The young girl in love. I looked down and saw that my parents did not have it. But the young people are the ones finical A rancher. I do not have bad habits. Then I told her that. I consider this to be the young man she had a fan here. It does not matter what. Daughter to believe. I like it … do not believe. That you find offensive or otherwise objectionable in this. I do not like to say that this different manner. He did not see any of the people he loves. I love him so much. He has very little bias. Called partial sides were very little. Who says it is not for this that I do not like it. I usually take the environment as an excuse to claim that he is not just the poor. He does not miss the USSR. I accept the fact that others see. Because of the eye, it is translucent. What a blur to me. Not clear as to the actual situation.

The bias is due to the fall. I do not know what is. I do not understand. There is no reason not affect intelligence. He heard that it was said to him. This is called intolerance. If these people are so prejudiced. It also distracted by it.

Now he is one. Is often used to bias the thing. To do this and that next. Damage to various reasons. What’s the diagnosis that was. That evil is not evil. Will not be prejudiced. Widgets will be fairly diagnostic. With fairness, it must be attributed to many things, such as taking the Five Precepts before the diagnosis. The action is good or evil. It is an offense to pay or not. What are the five precepts, we are very well known. Is to not kill each other. Do not plug the well. The Act does not encroach love to entertain, not to speak lie. Not consume alcohol as the site of negligence. This is the primary We will take a decision as to what is wrong.

Teachings of the Buddha

What’s the difficulty. If you give it to. I know we want to see when looking at it at practice. It is our practice, so we have to train our mind this. A detailed knowledge of philosophy, respectively. That can not be seen by ordinary eyes. I can feel it in mind. I feel that training in mental concentration profile in the Lord. They feel they know.

Therefore our spiritual trying. An emotional one. It is a mental one. A fair one. The mind at peace resolution, respectively. Cut the chaos. External load perturbation. I have in mind is not to let them take the time to spend with your conscious mind is like. Waived with the approval. No need to take in mind that the party is not required to do anything related to the exterior. Because the external object. He was not happy and the unhappy, the value of the information that I was suffering. It is a matter of the mind.

Thus we do not need to cut anything outside. To go to something external. With a verbal. But it is our minds. I like the wisdom of the Buddha as taking the correct action to take. Followed him. I followed him. Where we know it’s not good. The Buddha gave up. We also train our minds to see the carefully according to the release.

The teachings of the Buddha. Has led to the Veneration of faith. Voluntary. Sacrifice in What should be sacrificed. In what should be cut off. When I cut something. It’s something that has to happen, but if we want to cut something. Peace was never born.

So I cut one. One left to go. Peace instead. I happen instead. We should be happy. Should be calm. We should put the burden of work down to a minimum to moderate.

Hence the term “rate” is not that I do not have anything. If it is wasted. The Buddha did not teach it. But one by one. One thrive.

One thing we see is not good. It’s so sad to see, but one thing that Buddha’s body in physical reality. The trick is to get rid of. What is not true. Existing in the mind. Ever lost before. Because the only truth. We capture it. Relied on to eliminate the threat to the environment because it is actually a fairly rare condition. With the preparations. We understand the importance and the animals that rely on the knowledge I had been suffering from a misconception for a long time. Not only this year. And not only this nation. Many of the many worlds ago. This circulation. But when we do not know already. That was nothing.

The Buddha sees him all the time. His wisdom is delicate. Mystery of life. He is also trained our minds to it. It’s not even realize what they have is not heresy, there is merit in heaven, hell, there are still doubts. It is clear in our own minds.

When we try to come as long as the perception is that we have seen up to then. We suspect it will end soon. When we do not doubt it. It in practice. Increased immediately.

The drawback is that it is very important so that you can cut it. It was converted into the boundary. I doubt it with the invocation mind. Create an artificial consciousness in meditation to happen. Appear in our minds. When it is clearly in mind. I doubt I will go out on their own.

What’s the difficulty. If you give it to. I know we want to see when looking at it at practice. It is our practice, so we have to train our mind this. A detailed knowledge of philosophy, respectively. That can not be seen by ordinary eyes. I can feel it in mind. I feel that training in mental concentration profile in the Lord. They feel they know.

Therefore our spiritual trying. An emotional one. It is a mental one. A fair one. The mind at peace resolution, respectively. Cut the chaos. External load perturbation. I have in mind is not to let them take the time to spend with your conscious mind is like. Waived with the approval. No need to take in mind that the party is not required to do anything related to the exterior. Because the external object. He was not happy and the unhappy, the value of the information that I was suffering. It is a matter of the mind.

Thus we do not need to cut anything outside. To go to something external. With a verbal. But it is our minds. I like the wisdom of the Buddha as taking the correct action to take. Followed him. I followed him. Where we know it’s not good. The Buddha gave up. We also train our minds to see the carefully according to the release.

Concentrate … what should I do to calm the mind. We see this as followed by calm.

Should be in the solitude. I set it to the solitude. There is joy and happiness in the wrong. Because it relies on the solitude. Emotional one. Be regarded as an emotional one. Pure consciousness and bliss.

This is a mental issue with the idea in mind that I own. It’s not about anything else. In particular, it is only the mind that this is so. If consciousness is present to keep a firm that does not wobble like a flickering candle light, no wind is blowing, it was time to switch on the แwbๆ read it out. I obviously do not know what it is so unstable that I unsteadily up and down, we know that it is essentially the same as the stone is set. Wind blows from different directions. Progesterone did not shaken.

We perform the mental training and mental focus. Give me that. Do not let it loose. Do not let it wobble around. Let it stand. The conscious mind is like the smallness. Warning mindful Brikrrm. Directing them not to release it from accidentally runs errands. Another one to replace it. The only limit to how long we keep it, even though I do. Accept do the same. To achieve a firm before. For those who are not stable. I have not seen anything yet. The security in mind before going out the door before the first of the first stage of Makka. For out of true suffering.

Way to Nirvana

Luang Pu was found in the Buddha Nirvana – It is said long years ago. That the teacher commitment. I asked for the wisdom Thera.
Have you ever been told that you practice one night while in the woods. I respectfully request Phra Somdej Buddha I kindly ask that you the teacher, you know how. That will lead to the realization of his misery. And His Royal Highness The Prophet was a mercy that the Lord Buddha, I have a way to practice is not completely unbridled.

When the teacher told her to come down for you the Buddha Buddha. As the Buddha saw Him as He really is so withering as the King.

Lord I do not know you tell me. How joyous that your joy in your fortune is unlikely to have any life but the lives of the teachers are really great, make sure to give the teachers you know how the Lord meditation. Mental practices.

Eventually you will also be like the teacher, who can follow the Lord instead Siษyanusiษis the pain away completely. The teacher is the most important one in practice today. Is known to occur in those who take every care in the practice.

This is when the teacher told you to. Not only make you a good teacher heavenly Siษyanusiษis important to many. But it has never understood that before.
Please login or register to see it’s the same God. But the people who read it and I was skeptical. Unlike the Dhammakaya father live. And the concept Father Matthew Yi GMT. They say you have to love that the city attain nirvana. But I read what my problem du Prom Nino said I understand. I like to play my stab vest is nothing to say that “the country is to attain nirvana,” Well, yes, sometimes it seems like to me I said, “God is really like. Nothing “I know my view is that I do not. I read it.

One day my (view) is described as:.

“When I go to heaven glass. A glass of heaven is like a monastery of the Buddha Gautama. The castle was preaching. Located to the right of the Buddha, there are a number of kiosk Holy Scriptures. Write a letter to the Pali. If I was asked what I grandfather. Left the castles of the clergy. There are Buddhist monks presided. The Glass Castle is a good mind to go to one of the four Buddhas of this eon site. Lap times by a wide halo. The First of the big cook’s Thomas a lap width of 20 meters the second Phra Nak on lap 15 that Ong third of the Vegas Split lap 10 that Ong fourth lap 5 that if the Sri Lori’s body. five If you wish to appear. I seem to have found the body of the first lap. I have excellence, build up to 16 with a great countless eon site made it so good “.

I looked back behind bars, but his grandfather said.

“I went to the shed to the fourth episode. There are no estimates are the therapists. The real nirvana. Nothing is out of space. But I lost it “.

OK, it is the nirvana nirvana. There nirvana country. Or is it put together.

Now let’s take a listen. The Wise King Sagwr. It tells me that it met the Buddha in nirvana. May be enough to make you understand what it is.

As already mentioned above. That when His Royal Highness the Prophet in my nirvana. I still have not heard. Buddha is supposed to have compassion. The teacher is committed there. When the principal of the firm, you should definitely go to the graciousness The practice or study of religious people would certainly agree with this fact.

: Vesak light on my 2550.
: King Sagwr perception. Patriarch. สกลมหาสังฆปริณายก.

Buddha by Buddha criticizes bishops.

Buddha Dabkants extinction is not lost. Acts to protect Buddhism in the world. People in the world have been influenced by Buddhism. Did not differ from the living God. I just need to turn out to be otherwise unacceptable. Disco acts to protect the Buddha Early treatment is difficult. Unlike most accessible rock cave mouth. I bow to the Buddha, I always thought it would have been the glory of Buddha. I have to live at peace with.

Buddha Khan goes to extinction. I was born in Vivian’s death cycles poor anymore. The Buddha also boasts acts. The teachers are told that God is one. When you perform a disengagement in the forest undergrowth, p. Gautama Buddha has come to teach you the glory always. Lord Buddha was a teacher and later as a devout Buddhists respect of many. The confidence treat you to the destination.

Buddha Khan went off to extinction. The Buddha preach the glory went to God for the teachers to achieve Mrrcผl. There is no doubt that it is very unlikely. Is impossible.

Maha Dharma Center Suyy eye or eyes, or nirvana or Buddhahood start. Presumably, as the creator and liberation.

Luang Pu Du and if you read the King’s speech perception Sagwr still do not understand it. I try to read my writings.

What has not been made. But everything else is built. As of immortality, and immortality is the great people I Suyy eyes or valve or the wrong eye or nirvana or Buddhahood original center from which there is a blank look. I would switch off the whole idea. A loss in the same space.

This is a great space. Let’s make a (world / universe) and what is salvation (God (Buddha) and attain the mental switch to open up the space. Mental switch is open space. Lord Buddha was the only one God only. Buddha called. “I like you” like Buddha has enormous power over the imagination.

The Buddha is like a self-Buddha Buddhist spiritual divide so many functions. I also find myself a saint by many. After that the Buddha and the various saint. The world and the universe. A heaven of hell. Landscape and many worlds. The law of karma is the appropriate place to address the spiritual needs.

The saint is. “People Suyy eye” can be hands-on practice to achieve a “fair Suyy eyes,” he stated clearly the Mahayana. Doctrine but also confusing. Known, but the word “God” does not recognize the word “death” absolute truth “extinction” is “fair Suyy Eyes” is a state of mental space and the space as the “nirvana” or “person Suyy eye”. There exist a natural landscape in Buddhism (in Buddhism agriculture) and a pure nectar (Samopckai) in the nirvana (Buddhism agriculture).

Abstract

Nirvana is the second one.

1. The nirvana that is home to the city. The immortal lives. The living is immortal.

- Dhammakaya meditation but do not socialize the Niort. You must be a Tipp another nature. To speak to socialize, do business with the third incarnation of the Bodhisattva Arhat Samopckai a way to attain the Dhammakaya Buddhist living in the landscape. Agriculture is the Buddhist Nirvana.

- A divine vision Samopckai or Buddhist Arhat or Bodhisattva, or the Holy Spirit. Living in frontier agriculture Buddhist nirvana.

Two. Dance nirvana with no home town. The state would have lost nothing but immortality is living in a mental space that I Suyy eye condition or death.

I also understand that Luang Pu Du said. “The real nirvana. Nothing is out of space. But I lost it, “is this.

Luang Pu Du fresh enough but the pastor said the hermit. The city is home to attain the Dhammakaya and Samopckai is correct. Layer is the saint of the Lord. “People Suyy Eyes” also has a facility is located. There is a fair (reserved) and a clairvoyant (Samopckai) is. The nirvana that is home to the city. The conditions look like. But the solution is not just the loss of the saint who is “fair Suyy eyes,” but it would only make a “C” only.

Read on to Luang Pu strongly in the wisdom God in the highest enlightenment. The Buddha and his disciples came to Thanks royal saint grandfather committed. This piece here.

What is the real Ttact. Purity of heart is to see her Nagnแl. His Ttact in this body, in the form of a separate scenario. Ttact and the fact that the saint. This is not the way to go. This is just by way of example only Ttact body …. Therefore, in this scenario body to assume only

บารมี คืออะไร?

คำว่า บารมี นี่แปลว่า เต็ม เมื่อเต็มแล้วก็ต้องเต็มจริงๆ เป็นอันว่าถ้าบารมีทั้ง ๑๐ ประการนี้เต็มครบถ้วนบริบูรณ์
ที่เรียกว่า ปรมัตถบารมี สำหรับพระสาวกนะ ไม่ใช่อันดับขั้นพระพุทธเจ้า
สำหรับขั้นพระสาวกนี้ใช้อารมณ์ต่ำ อารมณ์ไม่สูงนัก ไม่ใช่ขั้นพระพุทธเจ้า

1.บารมีต้น เรามีทานมีศีลเหมือนกัน แต่ว่าทาน ศีลมันบกพร่อง มันไม่ครบถ้วนบริบูรณ์
ถ้าหากว่าบารมีอันดับที่ ๒ ที่เรียกว่า 2. อุปบารมี ทาน ศีล ของเราดีครบถ้วนแต่จิตใจยังไม่สะอาดพอ ยังไม่รักพระนิพพาน
ถ้าหากว่าเป็น 3.ปรมัตถบารมี แล้ว ไม่มีการหวังผลใดๆ ในโลกีย์วิสัย จะเป็นชาตินี้หรือว่าชาติหน้าก็ตามที กำลังใจของเราไม่มีการเกาะ การกระทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพระนิพพานโดยเฉพาะ ทำด้วยจิตบริสุทธิ์

ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างนี้ครบถ้วนบริบูรณ์ ทุกท่านก็เป็นพระอริยเจ้าขั้นพระอรหันตผล
นี่เดิมทีเดียวเราก็สอนกันมา แนะนำกันมาในหลักการทั่วๆ ไป แต่จะเห็นว่ากว้างเกินไปในการปฏิบัติ
และเวลานี้บรรดาท่านพุทธบริษัท มีทั้งภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
ที่มีกำลังใจคือ บารมีแก่กล้านี้มีอยู่ หรือว่าบางท่านที่ยังอ่อนยังย่อหย่อน
ก็จะได้มีความเข้าใจในการปฏิบัติ เพราะการปฏิบัติจริงๆ เพื่อมรรคเพื่อผล

ถ้าขาดบารมีทั้ง ๑๐ ประการแล้ว ทำอย่างไรมันก็ไม่มีผล
ถ้าผลที่จะมีกับกำลังใจก็ได้แค่ผลหลอกๆ คือ อุปาทาน
คำว่าหลอกลวงนี่ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาไปโกหกมดเท็จใคร แต่ว่ากำลังใจมันไม่จริง
ที่เรียกว่าหยุดได้จากความโลภ ความโกรธ ความหลง อาจจะหยุดไปเพราะอารมณ์สบายชั่วคราว
แต่ทว่าข้างหน้าต่อไปคลายไปก็มีทุกข์ มีความโลภ ความโกรธ ความหลง
หรืออาจจะหยุดได้ด้วยกำลังของฌาน เช่น ฌานโลกีย์ กำลังใจยังดีไม่พอ
ก็เอากำลังเข้าไปกดความโลภ ความโกรธ ความหลง นี่ถ้าหากว่าจะตัดกันตรงๆ
ก็ต้องมาพิจารณาขันธ์ ๕ ว่ามันเป็นทุกข์ (ขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ)

ถ้าหากว่าบารมีทั้ง ๑๐ ประการนี้เป็น ปรมัตถบารมี
(คำว่า ปรมัตถบารมี หมายความว่า มีอารมณ์ทรงสูงอย่างยิ่ง คำว่า อย่างยิ่งก็หมายความว่าไม่เคลื่อนไป
อารมณ์ที่มีอาการตรงกันข้ามไม่เกิดขึ้นกับจิตใจของเรา)

นี่ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์เพราะอะไร เพราะว่าเราขาด ทานบารมี ขาดศีลบารมี
ขาดเนกขัมมะบารมี ขาดปัญญาบารมี ขาดวิริยะบารมี ขาดขันติบารมี
ขาดสัจจะบารมี ขาดอธิษฐานบารมี ขาดเมตตาบารมี ขาดอุเบกขาบารมี
และที่พูดวันนี้อาจจะมีหลายท่านจะตอบว่า บารมีทั้งหลายเหล่านี้มีครบถ้วนแล้ว

แต่ก็อย่าลืมว่าบารมีนี้จัดเป็น ๓ ชั้น คือ

The Buddha

The Buddha has not decided whether he will preach to anyone to declare.
Religion since the Enlightenment onwards, this What has come into the presence of the 7 days.
This is seen by the third week. The residence is under the focus of the three is the list of participants.
Which lies southeast of the Prasrimahabhodi.

Mugabe and organisms is a tree that is common in India. Have appeared in the literature.
Click here both. And so many others. In Vessantara allegory is discussed.
Pool and concentrate organisms at Vessantara to stay on time, went to the forest.

Thailand is a very focus and that the organisms in a pinch. Understand how to use. I see a similar manner.
This is caused by moisture such as canals, marshes, stream was tough wood flower pendant.
Both white and red. The apple is about as thick as a normal sling trees provide good shade.

When the Buddha sat here. Rain fell lightly doped winter you uninterrupted seven days.
The author tells that the Buddha had composed. Mugabe called the serpent of organisms in the water that is in
The same area of the cobra hood spread hairy seventh round cover to protect against wind, rain Buddha.
In a blow to the body and a splash when rain is gone serpent dawn hairy slip out.
The young man transformed himself into a sexual way before the Lord Buddha standing guard.

Nacprk Buddha Buddhist built. I was referring to the incident with his vision.
Buddha in life or now. Buddha is a sacred trust that is harsh.
A picture or indirectly teach the virtue of mercy and good fruit. Even snake serpent.
In the swimming pool, it is also dedicated to the custody of the Buddha.
The clasps of graciousness.