พุทธศาสนาในต่างประเทศ

วาม เห็น ตรงไปตรงมา ของเขา เขาได้รับ การติดตาม แต่ยัง ทำให้เขา ร่างของ ความประพฤติ บางอย่าง ในกรุงย่างกุ้งในช่วงทศวรรษ แรกของ ศตวรรษที่ 20
กฎหมาย เบรกเกอร์

และ ในขณะที่ ต่อต้าน อาณานิคม และคริสเตียน ของเขาอาจจะ ทำให้เขา ได้รับความนิยม ในชุมชน ชาวพุทธ ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ยัง ดึงดูด การลงโทษของ เจ้าหน้าที่ อาณานิคม

ใน ปี 1910 ฝ่ายตรงข้าม เขาไป รายงานศาล หัวหน้า ย่างกุ้ง หลังจากที่เขา ถูกกล่าวหาว่า คริสตชน ของความ ยุติธรรม มีความรุนแรงและ การตั้งค่า ในการทำลาย ประเพณี พม่า

การบ วช ของพระองค์จึง วัน ก่อน ที่ ชาร์ลส์ เฮนรี อัลลัน เบนเน็ตต์ ( อนันดา Metteyya ) ที่ได้รับการ ขนานนามว่า เป็นประเพณีครั้งแรกของ พระภิกษุ ตะวันตก ‘ ขณะที่ เบนเน็ตต์ ก็ออกบวช ในประเพณี เถรวาท ใน 1902

เขาออกจาก ไอร์แลนด์ เมื่อเขา ยังเป็นวัยรุ่น และเดินทางไป อเมริกา หลัง จาก หลายปี ที่เดินทางมาจาก สถานที่ที่เขาเริ่มทำงาน ในบรรทัด การจัดส่ง จดหมาย ซาน ฟรานซิส / โยโกฮามา แต่หลังจากที่ การเดินทาง เพียงสาม ถูกโยน ออกไปจากเรือ ในญี่ปุ่น รายงานว่า เกิดจาก ความมึนเมา

จากนั้นเขาก็ ทำให้การเดินทาง สาม สัปดาห์โดย เรือกลไฟ ที่ กรุงย่างกุ้ง ในพม่า ที่ เขาได้ ทำงานเป็น คน ตรงที่ บริษัท เข้าสู่ระบบ มันเป็น ในขั้นตอนนี้ เขามี ปฏิสัมพันธ์ แรกของเขากับ พระสงฆ์

” พระสงฆ์มีจำนวนมากของการ เคารพจาก ผู้คนและ ผมสงสัยว่า Dhammaloka อาจจะได้รับ การดื่มและพวกเขา ช่วยให้เขา เอาชนะ การพึ่งพา ของเขาเกี่ยวกับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ” อธิบาย ศาสตราจารย์ ไบรอัน Bocking หัวของ โรงเรียนของ เอเชียศึกษา ที่มหาวิทยาลัย วิทยาลัย จุก

“มัน เป็น ที่น่าสังเกต ว่านอกจาก ต่ำช้า ปัญหาของ ลงกลายเป็นจุดสำคัญ ของ พระธรรม Dhammaloka ของเช่นเดียวกับที่ เขา เขียน ต่อต้าน ลัทธิล่าอาณานิคม . เขากลายเป็น หัวคะแนน ลงสำหรับส่วนที่เหลือ ของชีวิตของเขา . ”

ชาวไอริชเริ่ม การฝึกอบรม เป็น พระภิกษุ และได้รับการ บวช อย่างเต็มที่ ก่อนที่ 1900

เขา ได้รับการ ปฏิบัติ โดย ผู้พิพากษาสำหรับปีและผู้สนับสนุน ของเขา จ่ายเงินก้อน ใหญ่มากของ ประมาณ 1,000 รูปี เป็น ประกัน ว่าเขาจะไม่ กลับมา รุกราน

” Dhammaloka มีชื่อเสียงใน สองสิ่ง ” อธิบาย ศาสตราจารย์ Bocking

“หนึ่ง เขาเป็น ชาวตะวันตกแต่พระภิกษุ และประการที่สอง ที่เขา กล่าวสุนทรพจน์ ที่มี การถกเถียงกัน ประนาม เผยแผ่ศาสนาคริสต์ และ ลัทธิล่าอาณานิคม ของยุโรป . ”

ศาสตราจารย์ Bocking ยังเชื่อด้านที่สำคัญ ที่สุด ของการแปลง Dhammaloka เป็น ภูมิหลังของเขา ที่ เป็น อุปสรรคต่อการ พุทธศาสนา ไม่มี

” ผมคิดว่า สิ่งที่สำคัญ ที่สุดสำหรับเรา ในการเรียนรู้ เกี่ยวกับ Dhammaloka คือการที่เขา เปิด ขึ้นทั่วโลก ในช่วงต้น พุทธ ตะวันตก ที่ไม่ได้ นับถือ ชนิด แต่ ที่ออกมาจากสามัญ ของจักรพรรดิ ที่ มีความสนใจใน ศาสนา มา . ”

ลักษณะ ที่ คน ในตะวันตก ได้รับการสนับสนุน ในการปฏิบัติ ศาสนาอาจ มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ เวลา Dhammaloka แต่ แนวคิดที่ว่า พระพุทธศาสนา จะเปิดให้ ทุกคน จากทุกชนิด ของพื้นหลังยังคง สะท้อน วันนี้

“คุณ สามารถปฏิบัติ ตามคำสอนในชีวิต ประจำวันของคุณ ในการพัฒนา ความเห็นอกเห็นใจ ตัวเอง โดยไม่ต้องโทร พุทธ

“หลาย คน จะ ปฏิบัติ ในทางที่ . นำ สาระสำคัญของ คำสอนและ การปฏิบัติและการ ที่ดี ใน พุทธศาสนา . มันไม่จริง จำเป็นที่จะต้อง ติดป้าย ตัวเอง . ”

การ ผสม การปฏิบัติ ทางพุทธศาสนา ด้วยความเชื่อ ดั้งเดิม ของชาวคริสต์ ในประเทศไอร์แลนด์ ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็น สิ่งที่จะ ได้รับ การสนับสนุน ด้วย Dhammaloka ที่ มีมุมมอง ที่แข็งแกร่ง ทั้งใน ศาสนาคริสต์และ ลัทธิล่าอาณานิคม


แต่ วิธีการที่ แครอล กระทบ หลักการ พระเจ้า ของเขากับชีวิต จิตวิญญาณ

ศาสตราจารย์ ไบรอัน Bocking อธิบาย: ” เขาเป็นคนที่ ไม่เชื่อในพระเจ้าแต่ ดาไลลามะ เป็น พระเจ้า

” ชาวพุทธ ไม่เชื่อ ในพระเจ้า ไม่ได้อยู่ใน ความรู้สึก ที่นับถือศาสนาคริสต์ . พวกเขาไม่เชื่อ ในพระเจ้า ผู้สร้างที่คุณสามารถ โต้ตอบกับ

“สิ่ง ที่ พวกเขากล่าวว่า เป็น ความทุกข์ทรมาน ที่ เกิดจาก ใจ – สิ่งที่ คุณต้องทำ คือการ กลั่น จิตใจและ ดับไฟ ของ ความอยาก ใด ๆ และคุณ ทำได้โดยการ ต่อไปนี้ชีวิตสันโดษ

“ใน วิธีการที่ พุทธศาสนา ได้อย่างสมบูรณ์ เข้ากันได้กับ ต่ำช้า ของ Dhammaloka . ”

ต่ำ ช้า ภายใน พุทธศาสนา เป็นหลักการ ที่ยังคง ยังคงเหมือนเดิม และดร ลอเรน ค็อกซ์ , ผู้เขียนของ พุทธศาสนา และไอร์แลนด์: จากเซลติกส์ ที่จะ เคาน์เตอร์ วัฒนธรรม และอื่น ๆ เชื่อว่า กับการเพิ่มขึ้น ในผู้ที่ เดิน อยู่ด้านนอกของ เอเชียกลายเป็น เปิดกว้างมากขึ้น การปฏิบัติ ของชาวพุทธ สอน คริสตจักร ในไอร์แลนด์ ในปี 1970ได้รับการ วัดที่ 91% แต่ ในปี 2008 ที่ได้ ลดลง ไปเพียง 36%

“ส่วน ใหญ่ ชาวไอริช ที่ แปลง อาจจะมี ความสัมพันธ์ ที่แข็งแกร่งในการ นิกายโรมันคาทอลิก หรือ โปรเตสแตนต์ และ ถูก ต้องเผชิญกับการ ที่มีจำนวนมาก ของ ความเชื่อและพวกเขาไม่ ต้องการที่จะทำ สิ่งเดียวกันกับ พระพุทธศาสนา ” ระบุ ดร. ค็อกซ์
ใหม่ ‘ คาทอลิก ชาวพุทธ ‘

. ” พุทธศาสนา ช่วยให้คุณสามารถ กำหนด บิตของ สิ่งที่สำคัญกับ คุณคุณไม่ได้ มองหาเพื่อ ประเพณีของครอบครัว ของคุณเอง – คุณ สามารถก้าว ออกไปข้างนอก ในสิ่งที่ บางครั้งสามารถ ยับยั้ง การประชุม และมอง ขึ้นและมี การเผชิญหน้ากับ ชนิดที่แตกต่าง ของวัฒนธรรม ที่อาจมี มีผลต่อ คุณ. ”

แซ็ง Chitta ปัจจุบันเป็นภิกษุณี บวช เฉพาะใน ภาคเหนือของไอร์แลนด์ ภายในKadampa ประเพณี

มีการ เติบโตขึ้นกับพื้นหลัง คริสเตียน เธอพัฒนา ความสนใจใน พระพุทธศาสนาในขณะที่ การศึกษา ปรัชญา ที่ Trinity College , ดับลิน เธอเชื่อ ว่าคนที่ มีความสนใจ ในขณะนี้ กับองค์ประกอบ ของศาสนา เนื่องจากลักษณะ ของ unimposing

” ตั้งแต่ ฤดูร้อนที่ เราได้มี ตัวเลขที่ ใหญ่ที่สุดที่เคย มา เรียน ของเราได้ที่[ Potala Kadampa พุทธ ] ศูนย์ ” เธอกล่าว

สามธิกำเนิดพลัง

สำหรับวีรกรรมที่ไปสร้าง ปรากฎการณ์บนเวทีโลกครั้งนี้ เขาบอกว่า คงมิอาจเกิดขึ้นได้หากไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดีและได้รับการฝึกฝนอย่าง หนักมาก่อนหน้านั้น ผมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระพี่นาง ที่ทรงจัดตั้งมูลนิธิสอวน.(มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐาน วิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์) ทำให้ผมมีความรู้ทางชีววิทยามากขึ้น คุณแม่ที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุน คอยชี้แนะแนวทางในการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ รวมถึง สสวท. และครูอาจารย์ทุกท่านที่ช่วยประสิทธิประสาทความรู้ให้ รวมถึงเพื่อนๆที่ส่งกำลังใจให้ตลอด ผมสามารถประสบความสำเร็จมาถึงจุดนี้ได้

ส่วน การเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการรับประทานอาหารโดยจะเน้นอาหารที่ช่วยบำรุงสมองและ สายตา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ ขณะที่การเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจนั้น เป็นสิ่งที่เขาทำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งก็คือ การนั่งสมาธิ ในระหว่างการแข่งขัน ช่วงที่สอบภาคปฏิบัติ วิชาชีวเคมี ซึ่งเป็นการสอบภาคปฏิบัติมีทั้งหมด 4 ส่วน ด้วยกันคือ สัตว์และระบบนิเวศ, พืช, จุลชีววิทยา และชีวเคมี ผมเกือบจะทำการทดลองไม่ทัน เพราะเสียเวลาไปกับการคำนวณอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง แต่ยังดีที่ผมควบคุมสติได้ และไม่ลน ทำให้สามารถทำการทดลองได้ทัน ซึ่งเป็นผลพวงของการนั่งสมาธิเป็นประจำ

ท่านทั้งสอง (คุณสมชายและคุณกมลพร จันทรโชติชัชวาล) จะคอยสนับสนุนให้ผมได้ทำในสิ่งที่ชอบอยู่ตลอด ตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่จะหาซื้อหนังสือวิทยาศาสตร์ และสารานุกรมภาษาอังกฤษมาเก็บไว้ที่บ้าน ทำให้ผมมีความคุ้นเคยและเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ นอกจากนั้นเวลาที่ทำอะไร ท่านจะคอยช่วยเหลือไม่ทางตรงก็ทางอ้อม คอยชี้แนะและสั่งสอนสิ่งที่เหมาะสมให้ตลอด

เมื่อถามถึงกิจกรรมยามว่าง น้องบุ๊คบอกว่าก็มีชีวิตประจำวันเหมือนกับเด็กในวัยเดียวกัน นับตั้งแต่ดูภาพยนตร์ ฟังเพลงเกาหลี อ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เลยไปถึงการลงมือวาดการ์ตูนตัวเอกที่ชื่นชอบ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ เรียกว่า ต้องทำเป็นกิจวัตร นั่นก็คือ การศึกษาหาความรู้ด้านชีววิทยาเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ ผมคิดว่า งานอดิเรกที่ทำอยู่ มีประโยชน์เพราะนอกจากจะเป็นการฝึกภาษาต่างประเทศไปในตัว คือ ได้ทั้งภาษาเกาหลีและญี่ปุ่นแล้ว ยังได้ฝึกฝีมือในการวาดรูปซึ่งเป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของผมด้วย ที่สำคัญยังสร้างความผ่อนคลายให้ หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเครียดในชีวิตประจำวัน

ส่วนเคล็ดลับในการ ท่องตำรับตำราเรียนให้ได้ผลการเรียนในระดับ 4.0 นั้น เขาบอกเคล็ดลับซึ่งเป็นเทคนิคที่ใครๆก็ทำได้ให้ฟังว่า เวลาเรียนต้องตั้งใจเรียน หมั่นทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยเวลาทบทวนนั้น มิใช่ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่ต้องทำความเข้าใจไปกับบทเรียน และคิดเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนไปกับบทอื่นๆ หรือวิชาอื่นก็ได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น และฝึกการคิด เช่น เรื่องกลไกการทำงานของหู ก็สามารถประยุกต์กับเรื่อง moment และเสียง ในวิชาฟิสิกส์ หรือ กราฟแสดงคุณสมบัติของ enzyme เราก็นำคณิตศาสตร์เข้ามาช่วยคำนวณต่อยอดเพื่อให้ได้ข้อมูลดีๆ เพิ่มเติมก็ได้ แต่หลักการเรียนที่สำคัญมาก คือ ควรแบ่งเวลาพักผ่อนให้เพียงพอด้วย ไม่ใช่เอาแต่เรียน จนขาดสังคม และการหาประสบการณ์ในชีวิต

ในฐานะที่เด็กรุ่นใหม่คนหนึ่งให้ความ สำคัญ กับการเมืองและเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง? ยังคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเกินไปไหมที่จะพูดถึง? ผมว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมที่เราเป็นสมาชิกอยู่ หากเราติดตามและเข้าใจสถานการณ์ของการเมืองและเศรษฐกิจ ย่อมทำให้เราเป็นคนก้าวทันโลกและสังคม ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างถูกต้อง

สุดท้ายก่อนร่ำลาจาก กัน น้องบุ๊คฝากข้อคิดให้กับเพื่อนวัยเดียวกันไว้ว่า แต่ละคนนั้นย่อมมีความชื่นชอบและความถนัดที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม หากมีความพยายาม และตั้งใจทำสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ ด้วยความสุจริต ทุกคนย่อมประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน..สำหรับผมในอนาคตฝันอยากเป็นนัก วิจัยทางด้าน molecular medical science ซึ่งเป็นสาขาย่อยเกี่ยวกับทางการแพทย์ (หมอวิจัยประเภทหนึ่ง) แต่ศึกษาลงลึกถึงกลไกระดับพันธุกรรม และกระบวนการทางเคมีใน cell โดยผมตั้งใจจะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเรียนต่อที่ Harvard University ครับ

พระไตรปิฎกฉบับย่อ

ต่อมาท่านได้เป็นผู้นำคณะศิษยานุศิษย์ในยุคแรกนั้นค่อยๆ ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด จนเจริญรุ่งเรืองมีเนื้อที่กว่า ๒๘๙ ไร่ มีอาคาร วิหาร มณฑปต่างๆ มากมายดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน จวบจนกระทั่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มรณะภาพ ใน วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ และในปัจจุบันท่านเจ้าอาวาสองค์ต่อมา คือ ท่านพระครูปลัดอนันต์ พทฺธญาโณ พร้อมคณะสงฆ์วัดท่าซุง ได้ดำเนินการบูรณะซ่อม สร้าง และขยายวัดท่าซุงจนในปัจจุบันมีพื้นที่กว่า ๕๐๐ ไร่

ทั้งนี้ โดยศาลา อาคาร วิหาร มณฑปต่างๆได้จำแนกออกเป็นกลุ่มๆจำนวน ๑๓ กลุ่ม ดังต่อไปนี้คือ

กลุ่มที่ ๑. หอสวดมนต์-ศาลาการเปรียญเก่า

กลุ่มที่ ๒. อาคารกลุ่มชายน้ำแม่น้ำสะแกกรัง
อันประกอบไปด้วย
- หอกรรมฐาน หรือ “หอขาว”
- อาคารกรมยุทธการทหารอากาศสงเคราะห์ (ปัจจุบันก่อสร้างเป็นโรงครัววัด)
- ศาลาหลวงพ่อ ๕ พระองค์ (กำลังก่อสร้างใหม่)

กลุ่มที่ ๓. กลุ่มอาคารฝั่งพระอุโบสถหลังใหม่
อันประกอบไปด้วย
- พระอุโบสถใหม่
- มณฑปหลวงพ่อปาน
- มณฑปหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (เดิมเรียกหลวงพ่อใหญ่)
- มณฑปหลวงพ่อเส็ง (หลวงพ่อขนมจีน)
- มณฑปหลวงพ่อสีวลี
- ศาลานวราชบพิตร
- พลับพลาจตุรมุข
- หอระฆัง-หอกลอง
- โรงเรียนพระพินิจอักษร (ทองดี) พ.ศ. ๒๕๑๙
- อาคารรัตนพฤกษ์ (เรือนกระเหรี่ยง)
- เรือนผีเสื้อ (สร้างแทน “กุฏิเดิม” ของหลวงพ่อ)
- กุฏิ ๑๐ หลัง (ชุดแรก)
- กุฏิเจ้าอาวาส (กุฏิมุมเศรษฐี)
- อาคารธรรมสถิตย์ (ที่พักฆราวาสที่เป็นสตรี)
- ห้องพักชาย (สำหรับนาค, และฆราวาส)

กลุ่มที่ ๔. กลุ่มอาคารด้าน “ตึกอำนวยการ” และอนุสาวรีย์ต่างๆ อันประกอบไปด้วย
- พระจุฬามณี
- อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
- อนุสาวรีย์เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก)
- ศาลาท่านปู่-ท่านย่า
- ตึกอำนวยการ ด้านข้างมีห้องน้ำ – ห้องสุขา
- ศาลาพระนอน
- อนุสาวรีย์พระเจ้าพรหมมหาราช
- เมรุ และ ห้องน้ำ – ห้องสุขา

กลุ่มที่ ๕. กลุ่มศาลา ๒ ไร่, ๓ ไร่, ๔ ไร่, ๑๒ ไร่ อันประกอบไปด้วย
- ศาลา ๒ ไร่
- ศาลา ๓ ไร่
- ศาลา ๔ ไร่
- ศาลา ๑๒ ไร่

กลุ่มที่ ๖. กลุ่มวิหารสมเด็จองค์ปฐม, ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก), วิหาร, พระชำระหนี้สงฆ์ อันประกอบไปด้วย
- วิหารสมเด็จองค์ปฐม
- ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก)
- พระชำระหนี้สงฆ์
- พระยืน ๘ ศอก
- มณฑปพระศรีอาริยเมตไตรย
- ศาลท่านท้าวเวหน

กลุ่มที่ ๗. กลุ่มโรงพยาบาลแม่และเด็กฯ อันประกอบไปด้วย
- โรงพยาบาลแม่และเด็กฯ
- ตึกปฐมราชานุสรณ์
- ตึกปัญจมราชานุสรณ์
- อนุสาวรีย์ในโรงพยาบาล
องค์กลาง “พระพินิจอักษร” (ทองดี)
องค์ซ้าย “สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑”
องค์ขวา “สมเด็จพระปิยะมหาราช”

กลุ่มที่ ๘. กลุ่มพระมหาวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร อันประกอบไปด้วย
- พระประธาน (พระพุทธชินราช)
- พระอรหันต์อสีติมหาสาวก ๗ องค์
- เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
- รูปปั้นหลวงพ่อยืนถือไม้เท้า
- บุษบกหลวงพ่อฯ

กลุ่มที่ ๙. กลุ่มมณฑปและอนุสาวรีย์ หน้ามหาวิหาร ๑๐๐ เมตร อันประกอบไปด้วย
- มณฑปพระปัจเจกพุทธเจ้า
- มณฑปหลวงพ่อปาน
- พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ทรงเครื่องพระมหากษัตริย์และทรงผนวช)
- พระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๑
- พระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๕
- พระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖
- พระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๗
- ป้ายอักษรฯ รัชกาลที่ ๙
- พระมหาวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร
- ศาลามิตรศรัทธา

กลุ่มที่ ๑๐. กลุ่มหอพระไตรปิฎกและพระยืน ๓๐ ศอก อันประกอบไปด้วย
- ด้านหน้าพระยืน ๓๐ ศอก (หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา) ด้านหลังเป็นหอพระไตรปิฎก
- เจดีย์พุดตาน

กลุ่มที่ ๑๑. กลุ่มโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา อันประกอบไปด้วย
- โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา
- มณฑปหลวงพ่อ, พระพุทธรูป, และท่านปู่ท่านย่า

กลุ่มที่ ๑๒. กลุ่มมณฑปแก้ว (พระองค์ที่ ๑๐-๑๒), ตึกรับแขก, ฝั่งริมแม่น้ำฯ อันประกอบไปด้วย
- มณฑปแก้ว (พระองค์ที่ ๑๐-๑๒)
- ตึกรับแขก (จำหน่ายวัตถุมงคล)
- หอฉัน
- หอกรรมฐานเก่า (ข้างหอฉัน ปัจจุบันทำใหม่ ๒ ชั้น)
- โรงครัวใหม่ (ด้านหลังหลวงพ่อ ๕ พระองค์)
- ตึกกองทุน
- แพปลา (วังมัจฉา)
- ตึกอินทราพงษ์
- หน้าตึกริมน้ำ (อยู่ข้างโรงครัวเก่าใต้ต้นโพธิ์)
- ตึกเสริมศรี-เฉิดศรี ศุขสวัสดิ์

กลุ่มที่ ๑๓. กลุ่มฝั่งโบสถ์เก่าฯ
- พระอุโบสถหลังเก่า
- วิหารหลวงพ่อใหญ่ (หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์)
- หอไตรกลางน้ำ
- วิหารพระองค์ที่ ๑๐-๑๒
- มณฑปท้าวมหาราชทั้ง ๔
- กุฏิเก่าหลวงพ่อ (เพิงหมาแหงน)
- เมรุเก่า (หน้าตึกรับแขก)
- โรงลิเกเก่า (ปัจจุบันเป็นที่เก็บของ)

กลุ่มที่ ๑๔. กลุ่มมูลนิธิฯ และศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนฯ
- ป้ายศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในแดนทุรกันดารฯ บริเวณหน้าพระอุโบสถใหม่
- ธนาคารข้าวฯ ตั้งเมื่อ ๑๑ เม.ย. ๒๕๒๑ (เดิมอยู่ด้านหน้าศาลา ๕ พระองค์ ปัจจุบันรื้อไปหมดแล้ว เพื่อขยายสร้างศาลาหลวงพ่อ ๕ พระองค์)
- โรงสีข้าวพระสุธรรมยานเถระ ตั้งเมื่อ ๑๑ ม.ค. ๒๕๓๑ แห่งที่ ๒ บริเวณสวนไผ่