สาธุนรธรรม

สาธุนรธรรม คือหลักปฏิบัติสำหรับคนดี ที่คนดีย่อมปฏิบัติตาม มี 4 ประการคือ
1. จงเดินไปตามทางที่ท่านเดินไปแล้ว
2. จงอย่าเผาฝ่ามืออันชุ่ม
3. อย่าได้ประทุษร้ายมิตรไม่ว่าในกาลไหนๆ
4. อย่าตกอยู่ในอำนาจของหญิงไม่ดี

ผู้ใดมีน้ำใจเชื้อเชิญคนที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยอยู่ร่วมกันแม้สักวันหรือสองวัน ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน
ให้นั่งบนอาสนะที่ได้จัดไว้ ให้ข้าวและให้น้ำบริโภคอย่างดี ก็ผู้ที่ถูกเชิญเช่นนั้นควรทำประโยชน์ตอบแทนบุคคล
ผู้มีน้ำใจเชื้อเชิญนั้นอย่างตั้งใจ การที่เขาทำเช่นนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้เดินไปตามทางที่ท่านได้เดินแล้ว คือ ผู้เชื้อเชิญ
ชื่อว่าเป็นผู้เดินนำหน้า ส่วนผู้ถูกเชื้อเชิญหรือผู้ทำตอบแทนชื่อว่าผู้เดินตามหลัง
อนึ่งเหล่าบุพการีชนเช่น บิดา มารดา ครู อาจารย์ ผู้มีอุปการะแก่บุตร ธิดา และศิษย์น้อยใหญ่ บุคคลเหล่านั้น
เมื่อรู้อุปการะคุณของท่านแล้ว ย่อมตอบแทนอุปการะท่านด้วยความสำนึกในบุญคุณ ชื่อว่าผู้เดินตามทางที่ท่านเดินกันมา
จัดเป็นสาธุนรธรรมข้อที่หนึ่ง

บุคคลได้อยู่ในเรือนของผู้ใดแม้เพียงคืนเดียวและเจ้าของบ้านได้ต้อนรับ ด้วยข้าวและน้ำทำอาหารมาเลี้ยงดูเป็น
อย่างดี ชื่อว่ามีฝ่ามือชุ่มด้วยการทำปฏิสันฐาน
บุคคลนั้นไม่ควรคิดร้ายต่อเจ้าของบ้านผู้นั้นแม้ด้วยใจ การที่บุคคลคิดร้ายต่อผู้มีใจเอื้อเฟื้อเช่นนั้นชื่อว่าเผาฝ่ามืออันชุ่ม
นี้เป็นสาธุนรธรรมข้อที่สอง

บุคคลได้อาศัยนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่ควรหักก้านรานกิ่งหรือหน่อของต้นไม้นั้น เพราะรู้ถึงคุณประโยชน์ของต้นไม้นั้น
ที่มีต่อตน ส่วนบุคคลผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประทุษร้ายเป็นคนชั่วช้านั้นเพราะที่ตนได้อาศัยร่มเงานั้นมีอุปการะคุณแก่ตน ก้ยังหักก้านรานกิ่ง
หรือทำลายหน่อของต้นไม้นั้นได้ บัณฑิตจึงจัดว่า เป็นคนชั่วช้าสามาร ทำได้แม้กระทั่งต้นไม้ที่ไม่มีจิต อันตนได้เคยอาศัยนั่งนอน
ผู้ที่ตัดต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่มีอุปการะคุณยังถูกตำหนิขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงผู้ประทุษร้ายบุคคลผู้มีบุญคุณที่เคยอุปการะช่วยเหลือตนมาเลย
การไม่ประทุษร้ายมิตรจัดเป็นสาธุนรธรรมข้อที่สาม

หญิงที่สามียกย่องเป็นอย่างดี ถึงกับยกความเป็นใหญ่ในทรัพย์สินเงินทองให้ แต่เมื่อได้โอกาสแล้วกลับดูหมิ่นสามีนั้นได้
บุคคลไม่ควรตกอยู่ในอำนาจของหญิงเช่นนั้น กล่าวคือธรรมดาหญิงทั่วๆไป ย่อมมีความรักใคร่นับถือสามีของตน ยกย่องให้เกียรติสามี
ไม่พูดจาก้าวร้าว ดูหมิ่นสามี หญิงเช่นนั้นชื่อว่าเป็นหญิงดี เป็นกุลสตรีที่น่ายกย่อง ตรงกันข้ามกับหญิงที่ไม่มีความจงรักภักดีในสามี
ประกอบด้วยอสัตย์ธรรม เรียกว่า อสติ คือหญิงไม่ดี หญิงประเภทนี้แม้สามีจะยกย่อง เชิดชูให้เกียรติ มอบทรัพย์สมบัติทั้งหลายให้ดูแล
แต่เมื่อมีโอกาสกลับดูหมิ่นเหยียดหยามสามี นำความไม่ดีของสามีออกไปบอกหรือเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ หญิงไม่ดีอย่างนี้
ไม่ควรจะไปคบหาสมาคมด้วย ขืนยังไปคบหาสมาคมเป็นเพื่อน เป็นมิตร หรือเป็นภรรยา ย่อมทำให้เสื่อมเสียเกียรตินำความตกต่ำมาให้แน่แท้
การไม่ตกอยู่ในอำนาจของหญิงไม่ดี จัดเป็นสาธุนรธรรมข้อที่สี่
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 363

ดูรายละเอียด

Re: สาธุนรธรรม หลักปฏิบัติสำหรับคนดี 4 ประการ – ปุณณกะยักษ์ ฟังธรรมจากพระวิธูรบัณฑิต
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2010, 09:59:54 AM »

[๙๘๕]    ปุณณกยักษ์นั้น ไปยืนคิดอยู่บนยอดกาฬคีรีบรรพต ความคิดย่อมเป็น
ความคิดสูงๆ ต่ำๆ  ประโยชน์อะไรๆ  ด้วยความเป็นอยู่ของวิธูร-
บัณฑิตนี้ หามีแก่เราไม่ เราจักฆ่าวิธูรบัณฑิตนี้เสีย แล้วนำเอาแต่
ดวงใจไปเถิด.
[๙๘๖]    ปุณณกยักษ์นั้นมีจิตประทุษร้ายลงจากยอดเขาไปสู่เชิงเขา วางพระมหา
สัตว์ไว้ในระหว่างภูเขา ชำแรกเข้าไปภายในภูเขานั้น จับพระมหาสัตว์
เอาศีรษะลงเบื้องต่ำ ขว้างลงไปที่พื้นดินที่ไม่มีอะไรกีดกั้น.
[๙๘๗]    วิธูรบัณฑิตผู้เป็นอำมาตย์ประเสริฐสุดของชาวกุรุรัฐ เมื่อถูกห้อยศีรษะ
ลงในเหวอันชัน เป็นที่น่ากลัว  น่าสยดสยอง น่าหวาดเสียวมาก
ไม่สะดุ้งกลัว  ได้กล่าวกะปุณณกยักษ์ว่า ท่านเป็นผู้มีรูปดังผู้ประเสริฐ
แต่หาเป็นคนประเสริฐไม่ คล้ายจะเป็นคนสำรวม แต่ไม่สำรวม กระทำ
กรรมอันหยาบช้าไร้ประโยชน์ ส่วนกุศลแม้แต่น้อยหนึ่งย่อมไม่มีในจิต
ของท่าน  ท่านจะโยนข้าพเจ้าลงในเหวประโยชน์อะไร ด้วยการตายของ
ข้าพเจ้า จะพึงมีแก่ท่านหนอ วันนี้  ผิวพรรณของท่านเหมือนของ
อมนุษย์ ท่านจงบอกข้าพเจ้า ท่านเป็นเทวดาชื่ออะไร.
[๙๘๘]    ข้าพเจ้าเป็นยักษ์ชื่อปุณณกะ และเป็นอำมาตย์ของท้าวกุเวร ถ้าท่านคง
ได้ฟังมาแล้ว พญานาคใหญ่นามว่าวรุณ ผู้ครอบครองนาคพิภพมีรูป
งามสะอาด สมบูรณ์ด้วยผิวพรรณและกำลัง ข้าพเจ้ารักใคร่อยากได้นาง
นาคกัญญานามว่าอิรันทดีธิดาของพญานาคนั้น  ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์
เพราะเหตุแห่งนางอิรันทดีผู้มีเอวอันงามน่ารักนั้น ข้าพเจ้าจึงตกลงใจจะ
ฆ่าท่าน.
[๙๘๙]    ดูกรยักษ์ ท่านอย่าได้มีความลุ่มหลงนักเลย สัตว์โลกเป็นอันมากฉิบหาย
แล้วเพราะความถือผิด เพราะเหตุไร ท่านจึงทำความรักใคร่ในนางอิรันทดี
ผู้มีเอวอันงามน่ารัก  ท่านจะมีประโยชน์อะไรด้วยความตายของข้าพเจ้า
เชิญท่านจงบอกเหตุทั้งปวงแก่ข้าพเจ้าด้วย.
[๙๙๐]    ข้าพเจ้าปรารถนาธิดาของพญาวรุณนาคราช  ผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้า
ชื่อว่าเป็นผู้รับอาสาญาติของนางอิรันทดีมา ญาติเหล่านั้นได้สำคัญข้าพเจ้า
ว่า ถูกความรักใคร่ครอบงำโดยส่วนเดียว เหตุนั้น พญาวรุณนาคราช
ได้ตรัสกะข้าพเจ้าผู้ทูลขอนางอิรันทดีนาคกัญญาว่า เราทั้งหลายพึงให้ธิดา
ของเรา ผู้มีร่างกายอันสลวย มีเนตรงามอย่างน่าพิศวง ลูบไล้ด้วยจุรณ
แก่นจันทน์ ถ้าท่านพึงได้ดวงหทัยของวิธูรบัณฑิตนำมาในนาคพิภพนี้โดย
ธรรม เพราะความดีความชอบนี้ ท่านก็จะได้ธิดาของเรา เราทั้งหลายมิ
ได้ปรารถนาทรัพย์อื่นยิ่งไปกว่านั้น ดูกรท่านอำมาตย์ ข้าพเจ้าไม่ได้เป็น
คนหลง ท่านจงฟังให้ทราบเรื่องอย่างนี้ อนึ่ง ข้าพเจ้ามิได้มีความถือผิด
อะไรๆ เลย เพราะดวงหทัยของท่าน ที่ข้าพเจ้าได้ไปโดยชอบธรรม
ท้าววรุณนาคราชและพระนางวิมลา จะประทานนางอิรันทดีนาคกัญญาแก่
ข้าพเจ้า เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงพยายามเพื่อจะฆ่าท่าน ข้าพเจ้ามี
ประโยชน์ด้วยการตายของท่าน  จึงจะผลักท่านให้ตกลงในเหวนี้ ฆ่า
เสียแล้วนำเอาดวงหทัยไป.
[๙๙๑]    จงวางข้าพเจ้าลงโดยเร็วเถิด ถ้าท่านมีกิจที่จะต้องทำด้วยหทัยของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะแสดงสาธุนรธรรมทั้งปวงนี้แก่ท่านในวันนี้.
[๙๙๒]    ปุณณกยักษ์นั้น  รีบวางวิธูรบัณฑิตอำมาตย์ผู้ประเสริฐที่สุดของชาว
กุรุรัฐลงบนยอดเขา เห็นวิธูรบัณฑิตผู้มีปัญญาไม่ทรามนั่งอยู่ จึงถามว่า
ท่านอันข้าพเจ้ายกขึ้นจากเหวแล้ว วันนี้ข้าพเจ้ามีกิจที่จะต้องทำด้วยหทัย
ของท่าน ท่านจงแสดงสาธุนรธรรมทั้งหมดนั้นแก่ข้าพเจ้าในวันนี้.
[๙๙๓]    ข้าพเจ้าอันท่านยกขึ้นจากเหวแล้ว ถ้าท่านมีกิจที่จะต้องทำด้วยหทัยของ
ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะแสดงสาธุนรธรรมทั้งหมดนี้แก่ท่านในวันนี้.
[๙๙๔]    ดูกรมาณพ ท่านจงเดินไปตามทางที่ท่านเดินไปแล้ว ๑  จงอย่าเผาฝ่ามือ
อันชุ่ม ๑  อย่าได้ประทุษร้ายในหมู่มิตร ในกาลไหนๆ ๑ อย่าตกอยู่ใน
อำนาจของหญิงอสติ ๑.
[๙๙๕]    บุคคลชื่อว่า เป็นผู้เดินไปตามทางที่ท่านเดินไปแล้วอย่างไร บุคคลชื่อว่า
เผาฝ่ามืออันชุ่มอย่างไร บุคคลเช่นไรชื่อว่าประทุษร้ายมิตร หญิงเช่นไร
ชื่อว่าอสติ ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้น.
[๙๙๖]    ผู้ใดพึงเชื้อเชิญคนที่ไม่คุ้นเคยกัน  ไม่เคยพบเห็นกันแม้ด้วยอาสนะ
บุรุษพึงกระทำประโยชน์แก่บุคคลนั้นโดยแท้  บัณฑิตทั้งหลายกล่าวบุรุษ
นั้นว่า ผู้เดินไปตามทางที่ท่านเดินแล้ว  บุคคลพึงอยู่ในเรือนของผู้ใด
แม้คืนเดียว  ได้ข้าวน้ำด้วย ไม่ควรคิดร้ายแก่ผู้นั้นแม้ด้วยใจ  ผู้คิดร้าย
ต่อบุคคลเช่นนั้น  ชื่อว่าเผาฝ่ามืออันชุ่ม  และชื่อว่าประทุษร้ายมิตร
บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด  ไม่ควรหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น
เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนชั่วช้า หญิงที่สามียกย่องอย่างดี ถึงแก่ให้
แผ่นดินนี้อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์  ได้โอกาสแล้วพึงดูหมิ่นสามีนั้นได้
บุคคลไม่ควรตกอยู่ในอำนาจของหญิงเหล่านั้น   ผู้ชื่อว่าอสติ บุคคลชื่อ
ว่าเดินไปตามทางที่ท่านเดินแล้วอย่างนี้  ชื่อว่าเผาฝ่ามืออันชุ่มอย่างนี้
ชื่อว่าตกอยู่ในอำนาจของหญิงผู้ชื่อว่าอสติอย่างนี้ ชื่อว่าประทุษร้ายมิตร
อย่างนี้ ท่านจงเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม จงละอธรรมเสีย.
(นี้) ชื่อสาธุนรธรรมกัณฑ์