ประสบการณ์เที่ยวนรก

สมาธิต้องฝึกไปเรื่อยๆ  แล้วใจจะค่อยๆสงบ ไม่วอกแวกเอง  คนที่ทำสมาธิแล้วใจไม่วอกแวก เป็นคนที่ทำสมาธิมานานแล้ว  หรือไม่ก็เป็นผลจากอดีตชาติของเขาทำมาดี

ผมแผ่เมตตาตอนที่กำลังจะ เสร็จจากการทำสมาธิ   ในกรณีของคุณ  ควรแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรของคุณ  โดยระบุในจิตไปเลยว่า เจ้ากรรมนายเวรท่านใดกำลังรบกวนสมาธิคุณอยู่  ขอให้มารับผลบุญจากการแผ่เมตตาครั้งนี้ด้วย  และก็ขออโหสิกรรมที่ทำบาปกรรมกับเขาไว้ในอดีตชาติ หรือในอดีต

การทำกรรมฐาน มันมีผลบุญที่ใหญ่กว่าผลบุญอื่นเกิดขึ้น ผีวิญญาณในโลกวิญญาณ เหมือนคนผลบุญมีน้อย เขาจึงต้องการให้เราแผ่เมตตา อุทิศกุศลไปให้เขา เพื่อเขาจได้อยู่สบายหน่อยในปรโลก บางทีถ้ากรรมเขาไม่หนักมาก  เขาจะเปลี่ยนภูมิจากการเป็นเปรต เป็นยักษ์ กลายเป็นเทวดานางฟ้าไปเลย  จากการแผ่เมตตาจากสมาธิออกไป

ผีวิญญาณตามโรงแรมต่างๆ เป็นพวกสัมภเวสี พวกเขาแค่มาขอส่วนบุญเท่านั้น แต่กฎสวรรค์ห้ามเขาไม่ให้พูดขอส่วนบุญกับมนุษย์ตรงๆ วิญญาณเขาก็เลยใช้วิธีการเดิมๆที่ได้ผลเสมอ คือ หลอก  เพื่อจะให้คุณทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่งไปให้

ในชีวิตของผมเจอผีวิญญาณเทพพรหม แม้แต่พระอรหันต์และพระโพธิสัตว์มาไม่น้อยกว่า 20,000 ครั้งแน่นอน เจอจนกระทั่งพระยายมดีใจที่ผมเรียกท่านว่า “เพื่อน” พระศิวะ เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ศรีอริยะเมตตรัย(พระอชิตะ) พระพุทธเจ้าของเรา พระกกุสันธะพุทธเจ้า พระติกขะคัมมะสัมมาสัมพุทธเจ้าผมก็เคยเจอ แต่ไม่อยากเล่าเรื่องเหล่านี้ ผมเขียนหนังสือประสพการณ์การท่องไปในโลกวิญญาณขายได้เป็น 10 เล่มแหละครับ เพียงแต่ขี้เกียจเขียนเท่านั้น

แต่เนื่องจากเจ้ากรรมนายเวรมีเยอะมาก  คุณก็ต้องแผ่เมตตาให้พวกเขาไปทุกครั้งที่ทำสมาธิ  แล้วจิตคุณจะลดการวอกแวกเอง เพราะการที่จิตวอกแวก เป็นผลมาจากเจ้ากรรมนายเวรมาเตือนให้ใช้หนี้กรรมเขา

ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องใช้บทแผ่เมตตาใดๆทั้งนั้น   ผมจะบอกความลับของฟ้าให้คุณรู้นะครับ

เมื่อ คุณแผ่เมตตาออกไปให้ใคร จะมีแสงแห่งเมตตาที่มีหน้าคุณหรือตัวคุณอยู่ในแสงนั้น  วิญญาณดวงนั้นก็จะมาเก็บเอาแสงนั้นไปใช้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นในปรโลก  พลังแสงนั้นเปรียบเหมือนปัจจัย 4 หรือเงิน

ถ้าคุณแผ่เมตตาตามบทสวดมนต์ของพระ  จะมีวิญญาณมากมายเข้ามาแย่งเก็บเอาพลังแสง ที่เปรียบเหมือนปัจจัย 4 หรือเงิน แสงของคุณมีน้อยมาก  อาจจะเทียบกับเงิน 100 บาท ให้แค่ 1 คนก็พอแล้ว  แต่นี่ให้ 1 ล้านคน วิญญาณแต่ละดวงก็จะได้แค่ 0.001 สต.

13-15 ปีก่อน  ผมแผ่เมตตาให้วิญญาณแม่ลูกคู่หนึ่งที่จมน้ำตาย  วิญญาณแม่ไปเกิดเลยจากการแผ่เมตตา 1 ครั้งของผม  ส่วนวิญญาณเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 8 ขวบ ยังไปเกิดไม่ได้  วิญญาณแม่จึงทิ้งวิญญาณเด็กลูกของเธอไว้กับผม   ผมต้องแผ่เมตตาอีก 6 ครั้ง จึงมีนางฟ้า(น่าจะเป็นชั้นดาวดึงส์)นำเด็กคนนั้นไปเลี้ยง….นั่นเป็นช่วง ที่สมาธิผมยังไม่แน่น ยังวอกแวกอยู่

ในช่วงที่เกิดพายุนาร์กีสในพม่า ฆ่าคนไปเป็นแสนคนเมื่อ 4 ปีก่อน  ผมนั่งกรรมฐาน(สมาธิ)เห็นในจิตว่า มีดวงวิญญาณมากมายเหลือเกินมาหาผมเพื่อขอส่วนบุญจากสมาธิของผม  แต่เนื่องจากดวงวิญญาณมันเยอะเหลือเกิน  ผมจะช่วยหมดในครั้งเดียวคงไม่ไหว  เลยบอกพวกเขาไปว่า ให้มาครั้งละเท่ากับพลังแสงแห่งการแผ่เมตตาของผมก็แล้วกัน  ผมจำได้ว่า  ผมต้องนั่งสมาธิแผ่เมตตาไป 4 วัน วันละ 2 เที่ยว = 8 ครั้ง

ถ้าเหล่าวิญญาณที่ตายจากพายุนาร์กีสในพม่ามาหาผม  สมมุติ 40,000 ดวง เท่ากับพลังแสงแห่งการแผ่เมตตาของผมครั้งหนึ่งช่วยได้ 5000 ดวง

แต่ เมื่อปีที่แล้ว  ผมไปสำรวจอ้อย  ไปพักที่อุดร  ตอนเข้าไปในโรงแรม ก็รู้ทันทีเลยว่า โรงแรมนั้นมีผีสิงอยู่   แต่ผมเลิกกลัวผีนานแล้ว  ก่อนนอนเลยทำสมาธิประมาณ 40 นาที แผ่เมตตาออกไป   แต่ถ้าผมจะให้ผลบุญจากสมาธิของผม  ซึ่งตอนนี้มีพลังมหาศาลมาก จะให้กับดวงวิญญาณแค่ในโรงแรม ซึ่งมีไม่กี่ดวง  ถือเป็นการเสียพลังจิตไปเปล่าๆ  ผมเลยแผ่เมตตาระบุว่า  ให้ผลบุญของผมถึงดวงวิญญาณในจังหวัดอุดรทั้งหมด

พอผมเข้านอน กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น  มีเทวดาเจ้าที่ของโรงแรมมาหาผม  มาบอกผมว่า  ”ท่านครับ มีดวงวิญญาณมากมายมาหา  เพื่อจะมาขอบคุณท่าน”
ผมก็ถามเทวดาเจ้าที่ไปว่า “มีกี่ดวง”
สักพักเทวดาก็กลับมา บอกว่า “ประมาณ 200,000 ดวง”