การเจริญสติ

ปฎิบัติธรรม

เจริญอานาปานสติ  เพื่อเป็นการรักษาใจให้เป็นปกติ  ให้ใจเป็นศีล

โดยเพียงแต่ให้กำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง

และอย่างสม่ำเสมอ  ไม่ลืม  ไม่เผลอ  แม้แต่ขณะที่เห็นรูป  ได้ยินเสียง

ได้ดมกลิ่น  ได้รู้รส  ได้สัมผัส

การกำหนดรู้ต้องอาศัยจิตใจที่สงบ

จึงจะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง  ก่อนที่จะฝึกอานาปานสติ  ต้องพยายาม

ปล่อยวางความคิดต่าง ๆ  พยายามทำใจให้นิ่ง  ให้สงบเสียก่อน  แม้จะเป็น

ความสงบเพียงชั่วคราวก็ตาม

อานาปานสติ  ทำได้ในอิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน  เดิน  นั่ง  นอน

ให้มีสติระลึกรู้ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าออกติดต่อกัน  โดยเฉพาะช่วงที่ปรารภ

ความเพียรได้ 24 ชั่วโมง  ในวันหนึ่งทีเดียว  หรือเว้นเฉพาะขณะหลับเท่านั้น

อานาปานสติ  สามารถ  เจริญเป็น  สมถกรรมฐานให้สมบูรณ์ได้

อานาปานสติ  สามารถ  เจริญเป็น  วิปัสนากรรมฐาน ให้สติปัฏฐาน 4 สมบูรณ์ได้
ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่  จงอยู่ด้วยอานาปานสติอย่างพระพุทธเจ้า

จะยืน  จะนอน  จะนั่ง  จะนอน  จะกิน  ดื่ม  ขับถ่าย  ทำครัว  ขับรถ

ทำความสะอาดบ้าน  ทำงานทุกชนิด  ให้อยู่กับอานาปานสติ  เดินเล่น

พักผ่อน ก็ทำอานาปานสติได้ พูดได้ว่า ชีวิตทั้งหมดนี้ให้อยู่ด้วย อานาปานสติ
ในอิริยาบทบางอย่างไม่สะดวกที่จะเจริญอานาปานสติ หรือกำหนดรู้ลมหายใจ

เช่น  ขณะที่กำลังขับรถบนถนน  บนทางด่วน  เราไม่ต้องกังวล  คือไม่ต้องระลึกถึง

ลมหายใจ  แต่ให้อยู่ในหลักอานาปานสติให้ครบถ้วนคือ

ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด

ปัจจุบัน  เป็นสำคัญ

เรื่องอดีต  ไม่สำคัญ  ไม่ต้องคิดถึง

เรื่องอนาคต ไม่สำคัญ  ไม่ต้องคิดถึง

เรื่องคนอื่น  ไม่สำคัญเท่าไร  โดยเฉพาะความชั่วของคนอื่นอย่าแบก  ตัวเราเองทำดี

ทำถูก  นั่นแหละ  สำคัญที่สุด

ขอให้ตั้งใจขับรถดีที่สุด  อย่าให้เกิดอุบัติเหตุก็ใช้ได้

ใครจะขับรถไม่ดี  ไม่รักษากฏจราจร  แซงตัดหน้าเรา  เกือบชน

เกือบมีอุบัติเหตุก็ตาม  น่าโมโหอยู่  แต่ชั่งมัน

เรื่องความชั่วของเขา  อย่าให้เราเกิดโมโห  อย่าให้ใจเสีย

อย่าให้เกิดอุบัติเหตุ  รักษาใจเป็นปกติ  ใจดี  แล้วทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

เมื่อเราเจริญอานาปานสติเป็นประจำ  เราจะมีสติตลอดเวลา

สามารถจัดการกับงานหลายอย่างที่เร่งรัดเข้ามาในเวลาเดียวกันได้

เพราะเมื่อรู้สึกวุ่นวาย  สติจะกำกับให้กลับมาที่ลมหายใจทันที

โดยอัตโนมัติ  จิตจะเริ่มสงบและรับรู้สิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง

ทีละอย่าง  และเมื่องานแ้ล้วเสร็จ  สติจะกำกับให้กลับมาที่ลมหายใจ

ทันทีที่ว่างจากงาน  เป็นการพักผ่อนด้วยอานาปานสติ

ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานสติ
คือทำหน้าที่ปัจจุบันให้ดีที่สุด ด้วยใจดี มีสุข

อานาปานสติ

อานะ (อัสสาสะ)  คือลมหายใจเข้า

อาปานะ (ปัสสาสะ)  คือลมหายใจออก

อานะ + อาปานะ  คืออานาปานะ ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก

สติ   คือความระลึกรู้  การกำหนดรู้ในปัจจุบัน ไม่ใช่การคิด จำเอา

อานาปานสติ  คือ  การกำหนดรู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก  ในปัจจุบัน  แต่ละขณะ

เอาละครับ สำหรับวันพระนี้เอาเท่านี้ก่อนครับ ไว้อ่านต่อใหม่ในวันพระหน้าครับ

สำหรับท่านที่ยังไม่ค่อยจะถนัดในเรื่องนี้ ก็ขอให้ท่านย้อนกลับมาอ่านอีกครั้ง

พร้อมทั้งใช้ปัญญาไปด้วยในขณะที่อ่าน และในช่วงที่รออยู่ 5-6 วันนี้ ท่านอาจ

ย้อนกลับมาดูอีกครั้งฟังเสียงเพลงให้จิตใจสบายขึ้น  จะว่าไปแล้วจิตของเรานั้น

เหมือนกับลิง คือ คิดโน้นคิดนี่ไปเรื่อยไม่อยู่สุขเรียกว่า ซนเหมือนลิง แต่ถ้าหาก

เราเอาลิงมาผูกกับไม้ ลิงก็จะดิ้นกระโดดไปกระโดดมาในตอนแรก แต่เมื่อเหนื่อย

ก็จะมานอนหลับที่ไม้นั่นแหละ  จิตเราก็เช่นเดียวกัน หากได้รับการฝึกนานเข้า ๆ

จิตก็จะสงบ ทีนี่แหละ ท่านจะทำอะไรก็ได้สามารถที่จะทำในเรื่องสูง ๆ ได้ไม่ยาก

ลองดูน๊ะครับ ขอให้ท่านได้รับความสุข ขออนุโมทนาที่ท่านอ่านมาจนจบในวันพระนี้ครับ