การฝึกจิตหยั่งรู้

ถ้าเรามีญาณหยั่งรู้เราจะรู้ว่าแต่ละคนมีวิบากอย่างไร เราจะเข้าใจ ว่าทำไมคนนั้นทิ้งคนนี้ คนนี้ไม่เกื้อกูลคนนั้นฯลฯ

นั่น เราจะปล่อยวางได้ด้วยปัญญา เราจะไม่โกรธไม่อาฆาตใครเลย นั่นคือทุกสรรพสิ่งเป็นอนัตตาหนึ่ง และเราละสังโยชน์ข้อที่1ได้อีกอย่างหนึ่ง อย่าไปเสียใจหรือกล่าวโทษตัวเองเลย

เมื่อไม่มีเรา มีเขา มีใคร อะไรมันจะมี นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับไป ทุกสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ใต้กฏแห่งธรรมชาติ กฏไตรลักษณ์

ใครๆก็เป็นที่มีบางจังหวะ อ่อนแอ ท้อแท้ เบื่อหน่าย ครับ เบื่อได้ ท้อได้ ถอยได้ เหนื่อยได้ พักได้ แต่ขอเพียงอย่าถอดใจ แล้วเดินหันหลังออกจากทางนิพพานแล้วกันครับ

ชีวิตจะเป็นอย่างไร…
ขึ้นอยู่กับว่า เราเลือกเส้นทางไหน
ให้ตัวเองดำเนิน

แนวความคิดเช่นท่านนี้แนวโน้มอาจจะเป็นพวก พุทธภูมิ
กราบนมัสการครับ

” อ่อนแอ ” เคยเข้าไปอยู่สำนักในเขาอยู่กับชาวเขาในป่า ไปอยู่ในสำนักปฏิบัติเก็บอารมณ์ไม่ค่อยได้เข้าสังคมหมู่คณะสักเท่าไร  พอได้มีเหตุจำเป็นต้องพบปะ ต้องเข้าสังคม รู้สึกว่าผู้คนวุ่นวาย ไร้สาระ  บางทีต้องพบบะมาตุคาม เพศตรงข้าม ก็รู้สึกว่า ยังอ่อนแอ อยู่ จึงได้พยายามกลับเข้าป่า หรือ ปรีกวิเวก ฝึกฝนตนเองให้เข็มแข็งกว่านี้
” เห็นแก่ตัว ” มีสำนักอยู่สำนักหนึ่งพระรูปหนึ่งลาภรรยามาบวชแต่ท่านไม่ยอมลาสิกขา จนในที่สุดภรรยาถึงกับมายืนด่าดังไปทั้ววัด บอกว่าทอดทิ้ง ตัวเอง ทิ้งลูกทิ้งเมีย ไม่มีความรับผิดชอบ ท่านก็หนี้ไปอยู่ที่อื่น เดียวนี้ลาสิกขาหรืออยู่ ก็ไม่รู้   หรือแม้แต่ตัวอาตมาเอง เคยหายจากบ้านไปอยู่สำนักกัมมัฏฐาน พระอาจารย์ให้เก็บอารมณ์ห้ามใช้โทรศัพย์ อยู่ 3 ปี โยมตาเสียชีวิตไม่รู้ไม่ได้ไปเผ่า โยมพ่อโยมแม่ต้องทำงาน ทิ้งโยมหลายๆคนไว้ข้างหลัง (ปลิโพธกังวล) กับมาไม่นานก็ไปอีก หรือแม้แต่เจ้าชายสิทธัตถะก็ทิ้งพระนางพิมพา และพระราหุล
” เสียสละ ” (ที่เลือกใช้คำนี้ก็เพราะเป็นคำตรงกันข้ามกับเห็นแก่ตัว)  ผู้ที่เป็นพ่อ แม่ พี่น้อง หรือตัวของพระภิกษุเองก็จะต้องเสียสละโลกียสุข เพื่อหวังประโยชน์ โลกุตระสุข   เหมื่อนเจ้าชายสิทธัตถะย่อมทิ้งลูกเมีย เพื่อหวังจะบรรลุโพธิญาณ จะได้ช่วยคนทั้งโลก
หรือจะเป็นศรัทธา ก็ถูก

ขึ้นอยู่กับบุคคลและสภาวะต้อนนั้น (ความเห็นของบุถุชน)
อย่างเช่นหญิงที่สามีลาบวช ก็คิดว่า พระสามีเป็นคนที่เห็นแก่ตัวตัดช่องน้อยแต่พอตัว
พอ ดีพระสามีท่านไปอยู่ป่า  คนที่นั้นก็เห็นว่าพระที่ท่านมาอยู่ในชนบทในป่าโปรดโยมที่ไม่มีโอกาสได้ทำ บุญหากท่านไม่อยู่  เพราะในชนบทเรื่องลาภสักการะไม่มี ท่านช่างประเสริฐ เป็นผู้เสียสละจริงๆ

แต่ที่อาตมา พยายามตั้งสำนักอยู่ในเขตป่า พยายามจะปรีกวิเวก เป็นระยะๆ ก็เพราะว่า รู้สึกอ่อนแอ อยู่ บางช่วงก็ออกมาเข้าสังคม เพื่อสอบอารมณ์ตัวเองเป็นระยะ