กรรมของการข่มขืน

ในสังคมที่ วุ่นวายกลางเมืองหลวงของไทย “ไกรยุทธ” ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ได้เดินทางจากต่างจังหวัดมาค้าขายอยู่ในกรุงเทพกว่า 10 ปีแล้ว นับจากวันที่เริ่มเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงจนถึงวันนี้ ชีวิตเขาดีขึ้นกว่าเดิมมาก มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย และจากการที่เขาเริ่มมีเงินมีทองนี่เอง ทำให้เขามักลืมตัวเอง เอาเงินไปใช้ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์อยู่เป็นประจำ

ระหว่าง ที่ใกล้จะถึงบ้าน บังเอิญได้เจอเด็กสาวคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเขาเท่าไหร่นัก และจากการที่เขาเมาหนักจนขาดสติ ทำให้ความคิดชั่วเกิดขึ้นในใจของเขาทันที เขาคิดอยากจะข่มขืนเด็กคนนี้เหลือเกิน ในเวลานั้นเขาไม่เคยคิดเลยว่า ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร คิดเพียงแค่ต้องการความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อคิดแล้วเขาก็ตรงดิ่งไปที่เด็กสาวคนนั้นทันที ขณะที่เด็กหญิงไม่ทันระมัดระวังตัว เพราะคิดว่าเป็นแค่คนเมาธรรมดาๆ แต่เมื่อไกรยุทธเข้าถึงตัว เขารวบตัวเด็กสาวไว้ แล้วลากไปที่เปลี่ยวริมทาง แม้ว่าเธอจะพยายามดิ้นรนและร้องตะโกนให้คนช่วย แต่ก็ถูกไกรยุทธใช้มืออุดปาก แล้วชกเข้าที่ลำตัว จนเธอไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ในที่สุดก็ถูกไกรยุทธข่มขืนจนได้
ในช่วงที่เขายากจนนั้น ไกรยุทธมีความขยันหมั่นเพียรในการสร้างตัว แต่นิสัยเสียของเขาคือ ชอบเที่ยว ชอบดื่มสุรายาเมา สิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตของเขาต้องผกผันอยู่เสมอ และก็บั่นทอนความดีที่อยู่ในตัวของเขาให้น้อยลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อได้ไปคบกับเพื่อนที่ไม่ดีเพิ่มมากขึ้น

หลัง จากค้าขายมาตลอดทั้งอาทิตย์ ไกรยุทธก็มักจะชดเชยความเหนื่อยล้าด้วยการออกไปเที่ยวคลับเที่ยวบาร์ กินเหล้ากับเพื่อนฝูง เพื่อผ่อนคลาย แต่ก็หารู้ไม่ว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยชดเชยความเหนื่อย ตรงกันข้ามกลับเป็นการตอกย้ำความเหนื่อยยากลงไปอย่างแยบยล

วันหนึ่งเขาออกไปเที่ยวเช่นเคย และได้ดื่มเหล้าอย่างหนัก เพราะช่วงนั้นเป็นวันหยุดยาว เขาคิดว่าจะกินให้หนำใจ สมกับที่แสนจะเหน็ดเหนื่อย เพราะการทุ่มเทแสวงหาเงินทองมา ก็เพื่อความสุขเหล่านี้แหละ เขาหารู้ไม่ว่ามันยังมีความสุขประเภทอื่นๆ อีกมากมาย แต่ในความคิดของเขา ความสุขที่จับต้องได้ง่ายที่สุดคือการกินและเที่ยวนั่นเอง เมื่อเขาเมาหนักแล้วก็กลับบ้าน

หลัง จากถูกข่มขืน เด็กสาวร้องไห้ด้วยความตกใจและเสียใจ ไกรยุทธจึงกลัวว่าหากเธอไปแจ้งความ เขาก็จะถูกจับ ชายหนุ่มจึงขู่ตะคอกไปว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด หากไม่เชื่อ จะฆ่าให้ตาย ทำให้เด็กสาวเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก แล้วเขาก็ปล่อยเด็กสาวไป เธอเดินกลับบ้านด้วยน้ำตานองหน้า ในหัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำเสียใจ แต่ก็ไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับใคร

วันเวลาผ่านไปเธอก็เริ่มตั้งท้อง เมื่อพ่อแม่ญาติพี่น้องรู้เข้า จึงเค้นถามว่าใครเป็นพ่อเด็ก ในที่สุดเธอก็ยอมเปิดเผยความจริงว่าเธอโดนข่มขืน ญาติพี่น้องจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งพยายามติดตามหาตัวไกรยุทธ เพราะหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นาน เขาก็ได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่อื่น โดยโกหกลูกเมียว่าหนีเจ้าหนี้ ที่พยายามจะตามฆ่า

ไกรยุทธยังคงประกอบอาชีพค้าขายเลี้ยงลูกเมียต่อไป เขามีลูกสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ซึ่งตอนนี้โตเป็นสาวสวยแล้ว

ในที่สุดกรรมที่เขาทำ ก็ให้ผลจนได้ วันหนึ่งตำรวจตามสืบได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน และเข้าจับกุมทันที ในข้อหาพรากผู้เยาว์ จนต้องติดคุกหลายปี และเท่านั้นยังไม่พอ ระหว่างที่อยู่ในคุก เขาก็ได้รู้ข่าวเกี่ยวกับลูกสาวซึ่งทำให้เขาปวดร้าวใจอย่างแสนสาหัส

เพราะ หลังจากที่ไกรยุทธติดคุกแล้ว ภรรยาและลูกสาวแสนสวยก็อยู่กันตามลำพัง วันหนึ่งมีกลุ่มนักเลงที่อยู่แถวนั้นผ่านมาเห็นลูกสาวของเขา ก็เอ่ยปากแซวตามประสาของคนหนุ่มเห็นสาวสวย แต่เธอไม่เล่นด้วย นักเลงกลุ่มนั้นก็ไม่เลิกตอแย เพราะรู้ว่าบ้านนี้อยู่กันเพียงสองแม่ลูกเท่านั้น

วันหนึ่งระหว่างที่พวกเขาตั้งวงกินเหล้าอยู่ปากซอย ก็เห็นลูกสาวของไกรยุทธเดินผ่านมา เธอกลับจากซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เมื่อพวกนี้เห็นจึงแซวทักทายเหมือนเช่นเคย แต่วันนี้เด็กสาวรู้สึกโมโห จึงด่าตอบโต้กลับไป พวกนักเลงรู้สึกไม่พอใจ จึงเดินตามหาเรื่องเธอไปตลอดทาง
สาวน้อยเดินร้องไห้มาตลอดทาง สภาพจิตใจของเธอย่ำแย่ ทั้งเสียใจและปวดร้าว เพราะในชีวิตของลูกผู้หญิง คงไม่มีอะไรที่จะโหดร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว

แต่ ผู้ที่ทุกข์หนักยิ่งกว่าเธอก็คือพ่อแม่ โดยเฉพาะไกรยุทธผู้เป็นพ่อ เมื่อได้ยินว่าลูกสาวสุดรักถูกรุมข่มขืนจากพวกนักเลง เขารู้สึกเจ็บปวดและคับแค้นใจยิ่งนัก คิดอยากจะออกจากคุกไปฆ่าพวกมันให้ตายทั้งหมด แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงนั่งร้องไห้คร่ำครวญราวกับคนเสียสติ!!

เมื่อเขารู้สึกตัวพร้อมกับสติที่กลับคืนมา เขาจึงหวนทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด การที่ลูกเขาโดนกระทำอย่างนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะกรรมที่เขาเคยก่อไว้นั่นเอง ผลกรรมที่เขาโดนจับติดคุกอาจเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แต่การที่ลูกของตนถูกข่มขืนนั้น มันเป็นผลกรรมที่หนักหนาสาหัสสำหรับผู้เป็นพ่อ
ตอน แรกเธอก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร แต่เมื่อทำอย่างไรพวกนั้นก็ไม่ยอมเลิกตอแย เธอจึงพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น นักเลงกลุ่มนี้ร่วมกันจับเธอไปรุมข่มขืนจนหนำใจ แล้วจึงปล่อยกลับบ้าน